อกาสเจอนางในเวลาสั้นๆยังนับเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็คงไม่อาจบุกเข้าไปยังวังบูรพาในกลางดึกได้หรอก?
เหยียนหลิงจวินขมวดคิ้วหมุ่น ยากที่จะเหนื่อยใจเช่นนี้ ค่อยๆเอนกายลงกับตั่งแล้วหลับไป
ทางด้านของฉู่สวินหยาง เนื่องจากบนถนนมีคนมากมายจึงล่าช้า เมื่อถึงวังบูรพาก็เป็นยามโฉ่ว[1]แล้วอารมณ์ของนางไม่ค่อยดี สิ่งที่ชิงหลัวกลัวที่สุดก็คือการปลอบคน เวลานี้จึงหาข้ออ้างปลีกตัวออกไปแล้วชิงเถิงเรียกคนมาเตรียมน้ำร้อน คอยอาบน้ำและผลัดผ้าให้นาง ทั้งยังเรียกคนต้มชาสงบใจมาส่งให้ฉู่สวินหยางนั่งสางผมที่เกือบจะแห้งบนเก้าอี้พลางดื่มชา ด้านนอกชิงหลัวที่ออกไปแล้วกลับเข้ามาอีกครั้ง เผยใบหน้าเรียบเย็นก้าวเข้ามาจากด้านนอก กล่าวรายงานว่า “ท่านหญิง เมื่อครู่ข้าได้รับข่าวว่าด้านนอกเกิดเรื่องขึ้นแล้ว กล่าวว่ารถม้าขององค์ชายห้าแห่งโม่เป่ยถูกลอบสังหารระหว่างทางกลับตำหนักรับรองเจ้าค่ะ ”มือของฉู่สวินหยางที่ยกชาอยู่นั้นชะงักไปเล็กน้อยคล้ายกับแปลกใจอยู่บ้าง แต่คล้อยหลังกลับเม้มปากยิ้ม “ลอบทำร้ายต่อหน้าผู้คนไม่สำเร็จ ก็ส่งคนไปลอบสังหารอย่างเปิดเผยซะงั้น ความหนักแน่นที่ทำอะไรก็ทำอย่างถึงที่สุดช่างเหมาะกับฝ่าบาทของพวกเราเสียจริงๆ ”ผู้อื่นไม่รู้ถึงความนัยก็แล้วไป แต่นางกลับไม่ต้องคิด…ซื่อจื่อโม่เป่ยไร้การพัฒนา ทั่วป๋าไหวอันเป็นราชวงศ์แห่งโม่เป่ยเดียวที่สามารถต่อกรกับฝ่าบาทได้ ในเมื่อฮ่องเต้ลงมือ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเลิกล้มกลางคัน ไม