ว่าด้านนอกเกิดเรื่องขึ้นแล้ว กล่าวว่ารถม้าขององค์ชายห้าแห่งโม่เป่ยถูกลอบสังหารระหว่างทางกลับตำหนักรับรองเจ้าค่ะ ”
มือของฉู่สวินหยางที่ยกชาอยู่นั้นชะงักไปเล็กน้อยคล้ายกับแปลกใจอยู่บ้าง แต่คล้อยหลังกลับเม้มปากยิ้ม “ลอบทำร้ายต่อหน้าผู้คนไม่สำเร็จ ก็ส่งคนไปลอบสังหารอย่างเปิดเผยซะงั้น ความหนักแน่นที่ทำอะไรก็ทำอย่างถึงที่สุดช่างเหมาะกับฝ่าบาทของพวกเราเสียจริงๆ ”
ผู้อื่นไม่รู้ถึงความนัยก็แล้วไป แต่นางกลับไม่ต้องคิด…
ซื่อจื่อโม่เป่ยไร้การพัฒนา ทั่วป๋าไหวอันเป็นราชวงศ์แห่งโม่เป่ยเดียวที่สามารถต่อกรกับฝ่าบาทได้ ในเมื่อฮ่องเต้ลงมือ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเลิกล้มกลางคัน ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร ก็ต้องกำจัดเขาที่เป็นภัยร้ายออกไป
ชิงเถิงกระพริบตาปริบ เมื่อรู้ตัวจึงกลับออกไป
ชิงหลัวกลับหลับตาลง ไม่กล่าวอะไรออกมา
คำบางคำ ฉู่สวินหยางพูดได้ แต่นางนั้นหาพูดได้ไม่!
ฉู่สวินหยางยังคงครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะกล่าว “เช่นนั้นทั่วป๋าไหวอันล่ะ? ตายแล้ว?”
“ไม่เจ้าค่ะ” ชิงหลัวตอบกลับทันที เงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดต่อ “เพียงแต่…ขณะนี้เขาหายตัวไปเจ้าค่ะ!”
“หายตัวไป?” ฉู่สวินหยางตกตะลึงเล็กน้อยด้วยไม่คาดคิดมาก่อน
“เจ้าค่ะ! หายไปพร้อมกับท่านหญิงจวนอ๋องฉางซุ่นด้วยเจ้าค่ะ!” ชิงหลัวกล่าว ไม่รอให้นางถามก็อธิบายสิ่งที่ได้รู้ออกมา “รถม้าขององค์ชายห้าและองค์หญิงหกแห่งโม่เป่ยเคลื่อนมาถึงถนนฉางโซ่วก็พบเข้ากับมือสังหารที่ไม่ทราบที่