ทั่วทั้งราชสำนักซีเยว่นั้นมีเพียงจวนอ๋องฉางซุ่นและจวนรุ่ยชินอ๋องที่ดำรงตำแหน่งอ๋องหมวกเหล็ก รุ่ยชินอ๋องเป็นเชื้อพระวงศ์ แน่นอนว่านำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ หากแต่หลังจากสิ้นซูจิ่นรั่ง ก็มีผู้คนมากมายที่ริษยาพูดจาเหน็บแหนมเสียดสีสกุลซูอยู่ลับหลัง พูดว่า ซูหังนั้นไร้ความสามารถ เอาแต่พึ่งบารมีสกุลเก่า เก็บกินบุญเก่าเท่านั้น ทั้งก่อนหน้านี้ยังมีเรื่องการสมรสของซูหลินและฉู่หลิงอวิ้นที่น่าขายหน้า ทำให้มีคนพูดลับหลังซูหลินมากขึ้นไปอีก ไม่แปลกที่คนจำนวนมากจะเสียใจแทนซูจิ่นรั่งที่ลูกหลานไม่สืบต่อเกียรติสกุล
แต่คำพูดเช่นนี้ ตามหลักแล้วไม่ควรจะนำมาพูดต่อหน้า ทว่าเหยียนหลิงจวินกลับไม่เกรงกลัวสักนิดที่จะโจมตีด้วยคำพูดเช่นนี้ต่อหน้าเขา
ใบหน้าซูหลินนั้นประเดี๋ยวดำประเดี๋ยวแดง มองออกอย่างชัดเจน เจ้าสองคนนี้สมรู้ร่วมคิดกัน เดิมทีก็น่ากลัวพออยู่แล้ว เมื่อตั้งใจจะปะทะฝีปากกับพวกเขา กลับต่อกรไม่ได้ ท้ายที่สุดจึงทำได้เพียงหวดแส้ม้าพาซูหว่านและคนในสกุลออกไป
ทางด้านซูอี้และเหยียนหลิงจวินนั้นยืนกอดอกไม่ขยับไปไหน ทอดมองเงากลุ่มคนนั้นลับสายตาไป รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏบนใบหน้าซูอี้จึงค่อยแปรเปลี่ยนเป็นเยาะเย้ย
เหยียนหลินจวินเดินมา ก่อนจะวางมือบนไหล่เขา