พูดได้ครึ่งเดียว นางจึงค่อยตระหนักได้ว่าแสดงท่าทีไม่งามต่อหน้าผู้คน รีบร้อนหุบปากที่อ้ากว้างด้วยความตื่นตะลึงลง มองไปที่ใบหน้าสง่างามทว่าเรียบนิ่งที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มของซูอี้ อาการนั้นราวกับไม่ใช่อาการที่ปรากฏยามที่ตัวเองได้พบกับพี่น้องที่แยกจากกันไปนาน แต่กลับเป็นอาการที่ราวกับมีสัตว์ร้ายกินคนปรากฏขึ้นตรงหน้า
ซูอี้มองข้ามอาการนั้นของนางไป
ซูหลินเหยียดยิ้มตรงมุมปาก แววตาจับจ้องไปที่หน้าเขา ค่อยๆ กล่าวทวนซ้ำด้วยโทนเสียงเย็น “ใช่แล้ว เขาเป็นพี่รองของเจ้า! หว่านเอ๋อร์ เจ้าไม่พบเขามานาน เป็นอย่างไร คงจะถูกใจล่ะสิ!”
มุมปากของซูหว่านขยับเล็กน้อย นางอยากจะพูด แต่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก ใบหน้ายังปรากฏอาการคล้ายกับเจอผี ตื่นตะลึงจนเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ออก
ด้านข้างนั้นก็ยังคงมีคนผ่านไปมาลอบมองมาไม่หยุด
ซูอี้เปรยยิ้มมองไปยังพี่น้องที่แสดงอาการต่างจากเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า “ วันนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจมาพบท่าน ซื่อจื่อไม่จำเป็นต้องเกรงใจขนาดนี้ ท่านคงยังมีธุระอื่นอีก เช่นนั้นเชิญท่านตามสบายดีหรือไม่?”
พูดจบก็เบี่ยงกาย เปิดทางให้สองคนนั้นเดินผ่านไป