ฉู่ฉีเหยียนไม่เป็นกังวลแม้แต่น้อย
หลี่หลิงฟังจบใจก็หล่นอยู่ที่ตาตุ่ม พอเรียกสติกลับมาก็คิดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งว่า “ ซื่อจื่อ เมื่อครู่ทั่วป๋าไหวอันได้เดินออกไปจากวังทางประตูทิศบูรพา วันนี้ที่ตำหนักเกิดเรื่องขึ้น พระองค์จะไปพบเขาพูดให้กระจ่างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“แผนการที่วางไว้ของฮ่องเต้ล้มเหลว เขากำลังกริ้วโกรธ เวลานี้ยังไม่รู้ว่าให้คนจับตามองทั่วป๋าไหวอันอยู่มากน้อยเพียงใด ใครกล้าเข้าไปยุ่งเท่ากับรนหาที่ตาย!” ฉู่ฉีเหยียนน้ำเสียงเย็นชา คว้าแส้ม้าพลางพูดว่า “กลับวัง!”
หลี่หลินรีบเรียกให้บ่าวรับใช้จูงม้ามา กลุ่มคนที่นั่งอยู่บนม้าเฆี่ยนม้าพลางควบม้ามุ่งหน้าไปยังเมืองหนานเหอ
ทางด้านเหยียนหลิงจวินจัดการกับเฉินเกิงเหนียนเรียบร้อยแล้ว พอกำลังจะขึ้นรถก็มองเห็นม้าเร็ววิ่งมาฝุ่นตลบ กลางค่ำคืนมืดมิด เสียงเกือกม้าวิ่งเร็วดังก้องฝุ่นกลุ่มขนาดใหญ่ลอยล่อง วิ่งไปอย่างรีบร้อน
เงาผู้นั้นที่กำลังวิ่งมาช่างคุ้นตา เหยียนหลิงจวินยืนรออยู่ที่เดิมอย่างใจจดใจจ่อ
ผู้นั้นควบม้าวิ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่ไกล ม้ายังไม่ทันได้หยุดนิ่งก็กระโดดลงมาจากหลังม้า เสื้อคลุมที่อยู่ข้างหลังสีเพลิงชาดสะบัดพลิ้วกลางอากาศ ธงปลิวไสวตามสายลม ที่แท้เขาก็คือซูอี้ คุณชายรองตระกูลซู
บนใบหน้าของซูอี้ต่างจากในอดีตที่เคยอ่อนโยนและสงบนิ่ง ท่าทางเคร่งขรึมค่อนข้างใจร้อน เหยียนหลิงจวินยังไม่ทันจะอ้าปากพูดเขาก็รีบแจ้งทันทีว่า “จวินอวี้ เก