น้าขาวซีดทนไม่ไหวลุกลี้ลุกลนพูดโพล่ง “ข้าไม่ได้เป็นคนทำ!”
ฮองเฮากลับไม่ได้รีบไต่ถามให้ถี่ถ้วน มองนางด้วยแววตาพินิจพิจารณา
หลัวซืออวี่ตกตะลึงจากนั้นก็เรียกสติกลับมาจึงรีบร้อนสะบัดกระโปรง คุกเข่าลงแล้วแก้ตัวว่า “ฮองเฮาเพคะ ซืออวี่ไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้ สุ่ยอวี้คงมองผิดคนเป็นแน่ หม่อมฉัน…”
“หลัวซืออวี่เจ้าเป็นคนของตระกูลหลัว พวกเจ้าสองคนหากเปรียบเปรยก็เหมือนปลาข้องเดียวกัน ตัวหนึ่งเน่าก็พาพลอยให้เหม็นไปด้วยกัน หากเป็นเช่นนั้นจริง ท่านหญิงสามมีจุดประสงค์ต้องการที่จะทำลายชื่อเสียงเจ้า ทำให้ตนเองตกที่นั่งลำบากไปเพื่อเหตุใด?” เต๋อเฟยขัดจังหวะขณะหลัวซืออวี่กำลังพูด
ครั้งนี้เต๋อเฟยสงบสติอารมณ์ไว้ได้ นางคนใบชาที่อยู่ในจอกอย่างเนิบๆ แววตาหยิ่งยโส
นี่เป็นเรื่องที่หลานสาวหลัวฮองเฮายอมรับด้วยตนเอง ไม่เกี่ยวกับฮองเฮา
หลัวฮองเฮาไม่ได้ตอบหลัวอวี่ก่วนแต่อย่างใดเพียงรู้สึกรางๆ ว่าน่าจะมีผู้ที่รู้เรื่องราวเบื้องหลัง ต้องการที่จะเก็บไว้รอให้กลับไปตำหนักโซ่วคังแล้วจังค่อยสอบสวนอีกครั้ง ไม่ต้องการให้สุ่ยอวี้เปิดเผยต่อหน้าทุกคนเรื่องนี้ฮองเฮาจะไม่ยุ่งก็ไม่ได้แล้ว
นางสีหน้าไม่ค่อยดีจ้องมองหลัวซืออวี่อย่างเย็นชาแล้วตรัสว่า “เจ้าหมายความว่าเป็นบ่าวรับใช้ของน้องสาวเจ้า ที่เตรียมการกล่าวหาผู้อื่น ประสงค์ใส่ร้ายเจ้าเช่นนั้นรึ?”
ฮองเฮาตรัสเช่นนี้ทำให้หลัวซืออวี่หมดคำพูดจะโต้ตอบ!
ฉู่สวินหยางยืนอยู่ในฝูงชนเบะปากยิ้