องฮองเฮาขมวดโดยไม่รู้ตัว หันหน้าไปมองนาง
หลัวอวี่ก่วนรู้สึกประหลาดใจ รีบหลบสายตา ราวกับว่ากลัวที่ต้องสบสายตากับนางซึ่งหน้า
เต๋อเฟยมองดูสีหน้าของทั้งสองคน ทันใดนั้นในใจก็คิดออกกระทันหัน ดังนั้นจึงไม่รีรอให้ฮองเฮาปฏิเสธก็รีบก้าวไปข้างหน้าอย่างเร็วพลางพูดว่า “ท่านหญิงหลัว เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุอย่างงั้นรึ? แต่กลับไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วอุบัติเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
หลัวอวี่ก่วนดูเหมือนจะตกใจ ศีรษะยิ่งก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ
ถือว่าฮองเฮาอยากที่จะแก้ไขปัญหาสงบลงแต่ก็ทำไม่ได้ คนอื่นๆ ต่างหันไปมองพระองค์ดวงตาเบิกกว้างเปล่งประกาย
ฮูหยินข่งโกรธหน้าดำหน้าแดงเพราะเรื่องที่บุตรสาวของนางถูกไฟไหม้ผมเผ้าและเสื้อผ้าอาภรณ์ จะปล่อยผ่านไปง่ายๆได้อย่างไร? รีบก้าวไปข้างหน้าพูดว่า “ท่านหญิงหลัวความจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นรึ? ท่านรู้อะไรบ้าง? ไม่ทราบว่าจะเล่าให้ฟังได้หรือไม่ ที่นี่มีฮองเฮา ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดคงไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน”
หลัวอวี่ก่วนพยายามก้มหัวต่ำ ขยี้เสื้อตนเองอย่างตึงเครียด แต่ไม่ได้โต้ตอบ มีท่าทีราวกับว่ามีคำพูดที่ปิดบังซ่อนเร้น ผ่านไปสักพักก็กระซิบเบาๆว่า “ไม่! ข้า… ข้าแค่เพียงทนไม่ไหว… ข้าทนไม่ได้ที่จะมองดูคนบริสุทธิ์ที่ต้องถูกลงโทษ!”
เต๋อเฟยได้ยินแล้วก็หัวเราะน้ำเสียงเย็นชา ไม่ได้ให้คำตอบและไม่ได้ปฏิเสธ “แม้ว่าเจ้าจะรับรองว่าคนพวกนี้บริสุทธิ์จริงกระนั้นก็ยังต้องพูดความ