วางบนเข่า ผ่านไปสักพักจึงพูดว่า “จะว่าไปทั่วป๋าไหวอันครั้งนี้ถือว่าโชคร้าย ใครจะคิดว่าเขามีแผนการร้าย วินาทีที่เขาไปจากโม่เป่ยในตอนนั้นก็ตกอยู่ในกลอุบายอย่างสมบูรณ์แบบ”
เหยียนหลิงจวินเม้มปากแต่ไม่ได้พูดอะไร
ฉู่สวินหยางคิดอยู่พักหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “พระชายาองค์ที่เพิ่งถูกแต่งตั้งใหม่จากอ๋องโม่เป่ยเป็นผู้ใดกัน? แท้จริงแล้วแอบสมรู้ร่วมคิดกับฝ่าบาทฉกชิงอำนาจของโม่เป่ยในนามอ๋องโม่เป่ยอย่างนั้นงั้นรึ?”
“นางเป็นใครไม่สำคัญ ไม่ว่าจะดูยังไงก็เหมือนคนโง่ที่อวดฉลาด” เหยียนหลิงจวินเย้ยหยันอย่างไม่พอใจพลางพูดว่า “นางช่างเป็นคนที่คิดสั้นไม่มองการไกล ยังคิดที่จะยืมมือซีเยว่เชาถิงมาใช้ในการยึดครองอำนาจอีกรึ? ฮ่องเต้ที่ปกครองซีเยว่ของพวกเจ้าองค์นี้ อย่าคิดว่าจะหาผลประโยชน์จากเขา เมื่อกระทำการสำเร็จแล้วโม่เป่ยก็จะยอมจำนนรึ? นับประสาอะไรกับเด็กที่อายุที่ไม่ถึงสองขวบ? ว่ากันว่าฉางจื่อ ลูกชายของอ๋องโม่เป่ยก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ขอเพียงแค่โม่เป่ยและทั่วป๋าไหวอันตายไปทีละคน ก็สามารถยึดครองโม่เป่ยได้ทั้งหมด สำหรับซีเยว่แล้วทุกอย่างก็ช่างง่ายดาย เขาและนางเหตุใดต้องวางแผนกระทำการเช่นนี้กัน หากยังทำเช่นนี้ต่อไปจะทำให้ตัวเขาเดือดร้อนในภายหลัง”
“นั่นน่ะสิ!” ฉู่สวินหยางถอนหายใจ
ข่าวคราวที่ซูอี้ได้รับก่อนหน้านี้ บอกว่าทั่วป๋าไหวอันมาเมืองหลวงภายในสองเดือนที่ตำหนักโม่เป่ยได้มีจดหมายส่งมาให้