ฉู่อี้หมินรินเหล้าหวังดื่มเพื่อกลบความตระหนก ทันใดนั้นคิดขึ้นมาได้จึงวางจอกเหล้าลง แล้วลุกขึ้นคำนับต่อหน้าฮ่องเต้ ยิ้มพลางกล่าวว่า “เสด็จพ่อ เรื่องของพระสนมหรงเฟย ทำให้องค์ชายห้าแห่งโม่เป่ยได้รับความเดือดร้อน ตอนนี้ในเมื่อสอบสวนแล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิด ขอเสด็จพ่อทรงปูนบำเหน็จและลงโทษผู้กระทำผิดด้วยพ่ะย่ะค่ะ หรือว่า….”
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ทั่วป๋าไหวอันอับอาย เขาเกือบถูกฮ่องเต้สั่งให้ถูกจองจำ การปลอบใจครั้งนี้สมควรที่จะได้รับ
ฮ่องเต้ยิ้มมุมปากและค่อยๆ ตรัสว่า “นี่เป็นสิ่งสมควร”
ขณะที่พูดก็มองไปที่ทั่วป๋าไหวอันและตรัสถาม “เรื่องเมื่อครู่ทำให้เจ้าเดือดร้อน บอกมาว่าเจ้าประสงค์สิ่งใด เราจะสนองคืนเจ้า!”
“กระหม่อมมิกล้า!” ทั่วป๋าไหวอันพูดแล้วรีบลุกขึ้นแสดงความขอบคุณ
เพลานี้เขาไม่สามารถต่อรองกับฮ่องเต้ได้
ฉู่อี้หมินถอนหายใจโล่งอก และกำลังจะพูดอีกครั้ง ฉู่อี้อันที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ้มพลางพูดว่า “องค์ชายห้าเป็นเพียงผู้น้อย เสด็จพ่อทรงตรัสถามต่อหน้าสาธารณชน เขาคงไม่กล้าที่จะเอ่ยปาก? ในทางตรงกันข้ามอาจทำให้คนรู้สึกว่าเสด็จพ่อไม่พอพระทัย! เหตุใดจะต้องรีบร้อน รอหลังงานเลี้ยงจบลงค่อยถามยังมิสายพ่ะย่ะค่ะ”
ทั่วป๋าไหวอันและฉู่ฉีเหยียนมีจุดประสงค์เดียวกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีกลอุบาย ฉู่อี้หมินต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ทวงบุญคุณรึ? อย่าแม้แต่จะคิด!
ภายในใจของฮ่องเต้ลึกๆ มิได้ปิติยินดี เมื่อฟังจบก็เพียงพยักห