น้า และตรัสกับทั่วป๋าไหวอันว่า “ก็ได้ เช่นนั้นเจ้าลองกลับไปคิดดูว่าต้องการสิ่งใดตอบแทนหากมิเกินประสงค์เราให้เจ้าได้ทั้งนั้น!”
ผู้อื่นหากประสงค์สิ่งใดจักได้ในบางเรื่อง แต่ทั่วป๋าไหวอันเอ่ยปากเมื่อใดจะต้องไตร่ตรองก่อน
คำพูดท้ายของฉู่อี้หมินถูกห้ามมิให้พูด สีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ทว่าในท้องพระโรงแห่งนี้ อีกฝ่ายก็เป็นทั้งพี่ชายที่แท้จริงทั้งยังดำรงตำแหน่งรัชทายาท ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็มีน้ำหนักมากกว่า เขาไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ ทำได้เพียงเออออพูดสองสามคำแล้วนั่งลง
ท่านชายรุ่ยเงยหน้า ทุกคนต่างยกจอกเหล้าแล้วดื่มแสดงความเคารพ จากนั้นเรื่องเมื่อครู่ก็ถูกตัดบทไป
ต่อมาฉู่อี้เจี่ยนยกจอกเหล้าแต่กลับไม่ได้นั่งลงทันที ได้แต่ยิ้มแล้วพูดว่า “ฝ่าบาท เมื่อครู่องค์ชายห้าแห่งโม่เป่ยได้รับความเดือดร้อนจึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากฝ่าบาท ฝ่าบาททรงมิได้ให้รางวัลฝ่ายเดียวใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ใต้เท้าเหยียนรีบไปช่วยเหลือพระองค์ ภายหลังถูกกล่าวหา ผู้บริสุทธิ์กลับไม่ได้รับความเป็นธรรม ฝ่าบาททรงพิจารณา ขอทรงให้ความเป็นธรรมเสมอภาคด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“เจ้านี่ช่างเจ้าเล่ห์ สองปีที่ไม่ได้เจอ การทดแทนบุญคุณจะต้องมาขอต่อหน้าเรา!” ฮ่องเต้หัวเราะอารมณ์ดีและทอดพระเนตรมองไปที่ขาสองข้างของเขาที่ยืนมั่นคง แววตาสั่นไหวมีความรู้สึกเห็นใจตรัสว่า “ใต้เท้าเหยียนหลิงมีความสามารถเก่งกาจเสียจริง”
ขาของฉู่อี้เจี่ยนพิการหลายปี กระทั่งเ