ตก็ไม่บอกให้ข้ารู้ล่วงหน้าสักคำ ข้าอุตส่าห์ปฏิบัติต่อมารดาเจ้าเหมือนลูกสาวแท้ๆ จะต้องให้เจ้าทำตัวดีๆ มิเช่นนั้นวันข้างหน้าเจ้าจะให้ข้าจะเอาหน้าที่ไหนไปพบนาง?”
ท่าทางเขาขึงตา ดูเหมือนเคร่งครัดจริงจัง แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ดูแล้วกลับทำให้รู้สึกตลกขบขันยิ่งนัก
“ถ้าท่านอาจารย์ได้ยินคำนี้ ต้องเกิดเรื่องแน่?” เหยียนหลิงจวินอดหัวเราะไม่ได้ ขยิบตาให้ “เขาให้ความสำคัญลำดับรุ่นเสมอ!”
เมื่อปีนั้นมารดาแต่งเข้าจวนช้า เขาจึงอายุห่างกันกับเฉินเกิงเหนียนยี่สิบปี ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นพี่ชายน้องสาว แต่เฉินเกิงเหนียนปฏิบัติต่อเธอเป็นเหมือนลูกสาวแท้ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริง
เฉินเกิงเหนียนเฒ่าผู้นี้อารมณ์ร้อนรุนแรง แต่เขากลับเคารพนับถืออาจารย์เขาเป็นอย่างมาก หรือพูดได้ว่าเกรงกลัวอาจารย์มาก
ได้ยินแล้วก็เสียงแหบ ไม่ได้พูดแต่ท่าทางไม่พอใจ “เจ้าจะต้องมีความกตัญญูเช่นนั้นจริง อยู่กับเขานานสองปีคงเก่งกาจ ตอนนี้มีอย่างที่ไหนกันเล่า มัวแต่สร้างความเดือดร้อนให้ข้าไปทั่ว!”
เหยียนหลิงจวินหัวเราะร่าแต่ไม่ได้แสดงความเห็นใด
เขาเขย่าโถเหล้าที่อยู่ในมือ รู้สึกว่าเหล้าใกล้จะหมด คงจะต้องเรียกให้คนเอาเหล้ามาให้อีก หลังจากที่ตามองออกไปห้องอุ่น มองดูฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ด้านบน ก็ยิ้มมุมปาก แล้วรอยยิ้มก็ลอยจางไปพลางพูดประชด “ข้านึกว่าเจ้าจะไม่เห็นแก่หน้าใครเสียอีก นึกไม่ถึงวันหนึ่งจะสามารถทวงบุญคุณต่อหน้าเขา!”
“การทวงบ