“เข็มสองเล่มนี้นับเป็นการตักเตือนที่ตาแก่อย่างข้าให้ไว้กับเจ้า ลงโทษไม่ให้เจ้าเอ่ยวาจาเป็นเวลาสามวัน และให้เจ้าไปคิดดูให้ดี ว่าสิ่งใดพูดได้ สิ่งใดพูดไม่ได้บ้าง” เฉินเกิงเหนียนพึมพำ เห็นเพียงเขาหยิบเข็มทองสองเล่มที่ซ่อนไว้ออกมา ก่อนจะสอดกลับเข้าไปในกระเป๋าเข็มที่พกติดตัวไว้ และพูดทิ้งท้ายกับหมอคังอย่างดุดัน หลังจากที่กลับหลังหันไปแล้ว “ผู้ใดกล้าเล่นสกปรก ทำลายศิษย์น้องอันเป็นที่รักของข้า ข้าจะเอาชีวิตมันผู้นั้นเสีย!”
เขาพูดเหมือนสัตว์ในกรงที่กำลังปกป้องลูกไม่มีผิด ดวงตาสองข้างถลึงคล้ายระฆังทองแดง แล้วเขย่ากระเป๋าเข็มให้หมอคังและคนอื่นๆ ดู
หมอคังถูกเข็มทองของเขาทิ่ม ทำเอาครึ่งแก้มด้านหนึ่งชาหนึบ จิตใจของเขารุ่มร้อนแต่กล่าวอะไรออกมาไม่ได้ ร้อนรนจนเหงื่อกาฬเย็นเฉียบผุดออกมาจากหน้าผาก
เฉินเกิงเหนียนก่อเรื่องตามอำเภอใจอยู่นาน
ฮองเฮาหลัวมองสีหน้าของฮ่องเต้อยู่หลายครั้ง ทว่าฮ่องเต้ดูเหมือนอ่อนล้าอยู่บ้าง เขาพิงบัลลังก์หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง นางรู้ดีว่าเขาจงใจปล่อยให้เฉินเกิงเหนียนกระทำการตามใจชอบ แม้นางเองจะไม่พอใจ แต่ก็ข่มใจไว้ ไม่ได้ร้องให้หยุด
ทว่านางได้แต่แอบประหลาดใจ
เหตุใดฝ่าบาทถึงปล่อยให้ตาแก่นี่ทำตามอำเภอใจได้ถึงเพียงนี้ ปกติต้อนรับอย่างสมเกียรติมากกว่าคนอื่นก็ช่างเถิด แต่ครั้งนี้ปล่อยให้เขาพูดจาไร้สาระในท้องพระโรงต่อหน้าคนอื่นเช่นนี้ได้อย่างไร
นี่มัน…
เกินไปหน่อยหรือไม่