อย่างไรเสียฝ่าบาทก็ไม่คิดจะหยุดยั้งเขาแม้สักนิด คนอื่นต่างก็เหมือนวิญญาณ ล้วนหลุบตาลงต่ำทำเป็นว่ามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
แม้เฉินเกิงเหนียนจะใช้อารมณ์เกินไปอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ใช่เหยียนหลิงโซ่ว เขาทำงานรับใช้อยู่ในราชสำนักมานานปี จึงเห็นแก่ความเหมาะสมอยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าก่อเรื่องวุ่นวายได้พอประมาณแล้ว เขาก็หยุด แล้วกลับหลังหันคุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้ พลางยืดอกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ฝ่าบาท กระหม่อมเอาหัวรับประกันให้เจ้าหนุ่มเหยียนหลิงได้ เขาไม่มีทางทำเรื่องที่มีโทษผิดใหญ่หลวงแน่ ความเข้าใจผิดครั้งนี้กระจ่างแจ้งแล้ว ขอฝ่าบาทรักษาความยุติธรรม ล้างมลทินให้พวกกระหม่อมสักครั้ง!”
คำพูดนี้ของเขามัดรวมตนเองกับเหยียนหลิงจวินไว้ด้วยกัน อาศัยหน้าของตนเองขอความเห็นใจต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้
ฮ่องเต้รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่บ้าง ความโกรธกริ้วมัวหมองตรงหว่างคิ้วคลายลงบ้างแล้ว
“เอาล่ะ เดิมทีข้าก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ใช่เขา” ฮ่องเต้โบกมือ ก่อนจะยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยล้า
พระองค์ไม่มีรับสั่งใด ทว่าหลี่รุ่ยเสียงที่อยู่ข้างๆ ลอบทำสัญญาณมือให้องครักษ์เสียแล้ว
ทันใดนั้นพลันมีองครักษ์ก้าวมาข้างหน้า ก่อนจะคุมตัวหมอคังออกไป