เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกะทันหัน หมอคังตกใจจนคุมสติไม่อยู่ ทว่าบัดนี้เขาไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน ทั้งยังเอ่ยวาจาใดออกมาไม่ได้ ขณะที่ถูกองครักษ์คุมตัวไว้ เขากลับหันหน้าไปมองบัลลังก์ของฮ่องเต้ด้วยความกระวนกระวาย
โอรสสวรรค์ชราบัดนี้มีสีหน้าเหนื่อยล้า ไม่แม้แต่จะมองหมอคังสักครั้ง
จู่ๆ หมอคังก็รู้สึกหวาดหวั่นไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ แทบจะถูกลากออกไปด้วยความสิ้นหวัง
ฮ่องเต้พักอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะมองไปทางทั่วป๋าหรงเหยาที่นอนอยู่บนพื้น กล่าวว่า “เจ้ามาพอดีเชียว เจ้าคนพวกนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักนิด ข้าต้องไหว้วานเจ้า ช่วยดูหรงเฟยหน่อยเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เฉินเกิงเหนียนตอบรับอย่างนอบน้อม หลังจากประสานมือทำความเคารพแล้ว เขาก็ไปตรวจชีพจรให้ทั่วป๋าหรงเหยา
ฮ่องเต้มองเขาด้วยสีหน้าเงียบขรึม ก่อนจะถามด้วยใจกังวลอย่างอดไม่อยู่ “พิษนี้มีวิธีถอนหรือไม่”
เฉินเกิงเหนียนเงียบกริบ ก่อนจะจับชีพจรของทั่วป๋าหรงเหยาอยู่ครู่หนึ่ง บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยกองหนวดเคราดูกลัดกลุ้ม สุดท้ายถึงจะตอบเสียงเบา “พระสนมถูกพิษที่ไหนกัน นางถูกผีร้ายสิงอยู่ชัดๆ!”
————————————————————————