เหล่าองครักษ์ตกใจจนหน้าถอดสี รีบเตรียมพร้อมคุ้มกัน
สิ่งนั้นบินเข้าสู่ท้องพระโรง และกระแทกหน้าผากหมอคังดังโครม ศีรษะของหมอคังถูกกระแทกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กุมหน้าผากร้องอย่างน่าเวทนา
เพียงทุกคนจ้องมองไป ก็ไม่คิดว่าสิ่งที่กระแทกหน้าผากเขาจะเป็นไม้เท้าหัวนกกระเรียนที่แกะสลักจากกิ่งไม้โบราณอายุนับร้อยปี
ในช่วงเวลาที่ทุกคนจ้องเขม็งไปที่ประตูท้องพระโรงและเคร่งเครียดราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งอยู่นั้น เหยียนหลิงจวินที่ต่อให้ภูเขาไท่ซานพังทลายลงตรงหน้าก็ยังไม่สะทกสะท้านก็เขม่นหน้าผาก สีหน้าเป็นทุกข์และลำบากใจ
แต่ดีที่แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ควบคุมสติได้ดีเป็นพิเศษจึงยังตั้งสติไว้ได้
ทางฝั่งที่นั่งด้านนี้มีแต่ฉู่สวินหยางที่มุมปากยกโค้งขึ้นยิ้มอย่างเยือกเย็น
แต่ฉู่ฉีเหยียนฟังเสียงนี้แล้วสีหน้าก็มืดหม่นไปครึ่งหนึ่ง…
คาดไม่ถึงว่านางคนนั้นจะเชิญเขามาได้ ท่าทางแผนการร้ายในวันนี้คงสำเร็จได้ยากแล้ว
คำพูดของคนๆ นี้ทำให้คนตกตะลึง ตัวยังมาไม่ถึงก็ชิงลงมือก่อนแล้ว อีกทั้งองครักษ์ที่เฝ้าอยู่นอกตำหนักกลับไม่มีใครขวางเขา เพราะว่า…
ในมือเขาถือสาส์นสีทองเชิญร่วมงานเลี้ยงราชสำนักในวันนี้
ผู้อาวุโสอายุปูนนี้แล้ว ผมหงอกไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถึงแม้สีหน้ายังดีอยู่ แต่กลับไม่รู้ว่าทำไมจึงยากที่จะทำให้คนรู้สึกว่าเป็นคนที่มีฝีมือเหนือชั้นกว่าผู้อื่น ด้วยท่าทางแบบนั้นหากบอกว่าเป็นลุงจวนข้างๆ ยังเหมาะสมกว่า
อายุม