งไรดี หมอคังจึงหันไปคุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้และฮองเฮาเอ่ยเสียงดังว่า “ขอฝ่าบาทและฮองเฮาโปรดพิจารณา กระหม่อมเพียงแค่ว่าไปตามเนื้อผ้า ไม่ได้ตั้งใจจะใส่ร้ายผู้ใด อีกอย่าง…เอ่อ…เอ่อ…”
ระหว่างที่เขาพูด ในใจก็ยิ่งเรียกร้องหาความเป็นธรรม หันกลับไปชี้สาวใช้ที่คุกเข่าอยู่ข้างกายทั่วป๋าหรงเหยาว่า “ที่กระหม่อมคาดการณ์เช่นนั้น ก็เป็นไปตามคำให้การของสาวใช้คนนี้ทั้งหมด ฝ่าบาท ฮองเฮา กระหม่อมถูกปรักปรำพ่ะย่ะค่ะ!”
“พวกเจ้าบอกว่าคนของข้าจะวางยาฝ่าบาทรึ?” เฉินเกิงเหนียนกลับไม่รอให้ฮ่องเต้ตรัส พุ่งไปดึงคอเสื้อเขาไว้แน่นและลากตัวเขาขึ้นมา หมอคังไม่ทันได้ป้องกันตัวสักนิดก็ถูกเขาลากตัวเดินโซซัดโซเซออกไปจากห้องอุ่น และลากตัวเดินเหมือนลิงไปเกือบรอบตำหนักทอง
เฉินเกิงเหนียนชี้ไปที่ผู้คนรอบด้านอย่างเดือดดาล พร้อมกับตวาดจนน้ำลายกระเด็นว่า “ดูเอาไว้ให้ดี ให้ท่านอ๋องและใต้เท้าทุกท่านเป็นพยาน เจ้าก็ลองถามทุกคนดูสิ หากใจของเราสองปู่หลานคิดคดต่อฝ่าบาทจริง จำเป็นต้องรอให้ถึงวันนี้ด้วยรึ? จำเป็นต้องใช้กลอุบายที่มีช่องโหว่มากมายแบบนี้ล่อให้มาที่นี่ด้วยรึ? นี่คงเป็นเรื่องที่น่าขันที่สุดในใต้หล้า!”
ฮ่องเต้มีนิสัยขี้ระแวง ถึงได้ไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงทั้งหมด หลายปีมานี้ไม่ว่าเขาจะป่วยหนักหรือป่วยเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็ให้เฉินเกิงเหนียนรักษาอยู่แต่เพียงผู้เดียว ถ้าหากเฉินเกิงเหนียนคิดไม่ซื่อจริง ต่อให้ตอนนี้ฮ่องเต้มีร้อยชีวิตก็ค