ว่าหว่างคิ้วของทั่วป๋าหรงเหยายังเหลือร่องรอยอยู่ก็เกิดพาลโกรธขึ้นมาดื้อๆ คุกเข่าหันไปทางฮ่องเต้กล่าวอย่างเดือดดาลว่า “ฝ่าบาท พระสนมเหมือนจะถูกพิษเหมือนกันพะยะค่ะ! เช่นนี้ก็ชัดเจนแล้วว่ามีคนต้องการให้พวกเราพี่น้องเป็นแพะรับบาป ดังนั้นจึงต้องฆ่าปิดปาก ถึงแม้โม่เป่ยของกระหม่อมจะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ บริเวณชายแดน แต่ก็หาใช่พวกไม่มีสัจจะ หากฝ่าบาททรงสงสัยว่าพวกเราพี่น้องมีเจตนาไม่ดี สามารถสอบสวนความจริงได้อย่างเต็มที่เลยพ่ะย่ะค่ะ ถ้ามีพยานและหลักฐานจริง กระหม่อมก็ไม่มีอะไรจะพูดทั้งนั้น แต่ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์และยังต้องมาประสบกับความไม่เป็นธรรมในครั้งนี้ ก็ถือว่าฝ่าบาททรงมีอคติต่อพวกเราชาวโม่เป่ย แต่พระองค์จะไม่สนใจแม้กระทั่งลูกที่อยู่ในท้องพระสนมเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะถูกคนวางยา แต่ก็เมินเฉยต่อเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์เองไม่ได้
ทั่วป๋าไหวอันพูดแบบนี้มีเจตนาข่มขู่พระองค์อย่างชัดเจน แต่ด้วยทิฐิจึงถือตนว่าจะมองข้ามพระองค์ซึ่งเป็นฮ่องเต้ผู้อยู่เหนือประชาชนไม่ได้
เพราะทั่วป๋าหรงเหยาล้มลงอย่างกะทันหัน ฮ่องเต้เองก็สับสนไปชั่วครู่ อีกทั้งยังโดนทั่วป๋าไหวอันยั่วยุ สีหน้าจึงยิ่งโมโหมากขึ้น
“ยังไม่ไปดูอีก?” ฮ่องเต้ตรัส ทอดมองเหยียนหลิงจวินและคนอื่นอย่างไม่สบอารมณ์
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” แต่เหยียนหลิงจวินกลับไม่ได้กระตือรือร้นเหมือนตอนที่ตรวจอาการฮ่องเต้เมื่อครู