่ เขาทำความเคารพฮ่องเต้อย่างนอบน้อม หลังจากนั้นก็พอเดาได้ ไม่ต้องรอให้เขาลงมือ คนอื่นก็แย่งกันเข้าไปรักษาทั่วป๋าหรงเหยากันให้วุ่นแล้ว
เหยียนหลิงจวินสอดมือเข้าไปยุ่งไม่ได้เลย จึงถือโอกาสยืนดูอยู่แค่ด้านข้างแล้วกัน
ฉู่สวินหยางนั่งอยู่ด้านล่าง ห้องอุ่นฝั่งนี้ของฮ่องเต้เป็นพื้นที่เฉพาะของฝ่ายใน ถึงแม้พวกนางจะเป็นพระญาติ แต่หากไม่มีรับสั่งของฮ่องเต้ก็ไม่สามารถเข้าไปตามใจชอบได้ ดูสถานการณ์ฝั่งนั้นแล้วก็รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันทีเหมือนกัน
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง?” ฉู่สวินหยางพึมพำ ถึงแม้จะยังคงรักษาสีหน้าปกติ แสดงออกมาเฉพาะตอนไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนอื่น ในน้ำเสียงยังคงแฝงความประหลาดใจเล็กน้อย
ชายและหญิงแยกที่นั่งกัน ตอนนี้ทั้งฉู่อี้อันและฉู่ฉีเฟิงต่างก็ไม่ได้นั่งด้วยกันกับนาง
“ทำไมหรงเฟยอยู่ดีๆ ก็ล้มลงไป?” ชิงหลัวไม่สบายใจยิ่งกว่า “เมื่อครู่ข้ามองอยู่ตลอด ก่อนหน้านั้นนางก็ดูปกติดี ไม่เห็นว่ามีคนลงมือเลย”
ฉู่สวินหยางขบคิดอย่างรวดเร็ว สุดท้ายกลับยิ้มเยาะเหยียดหยามว่า “ใครเป็นคนลงมือไม่สำคัญ ตอนนี้ที่สำคัญคือ…นางหมดสติไปเช่นนี้ ต้องการให้พุ่งเป้าไปที่ผู้ใดกันแน่!”
จะพุ่งเป้ามาที่วังบูรพาของตนเองหรือไม่?
ฝั่งวังบูรพากับฝ่ายในของวังหลวงต่างขีดเส้นแบ่งกันชัดเจนมาโดยตลอด ถ้าหากพุ่งเป้ามาที่นางหรือวังบูรพาจริง ก็ไม่รู้ว่าเงื่อนงำนี้จะมาผูกโยงเข้ากับตนเองได้ยังไง
ถ้าเป็นฉู่ฉีเหยียนคงไม่ทำเรื่องเสี่ยงแ