สีหน้าของฮ่องเต้กลับเย็นชาและไร้ซึ่งโทสะ แต่ทว่าราวกับมีเมฆหมอกบดบังสายตาคู่นั้น เพียงทอดมองมาทั่วป๋าหรงเหยาก็สั่นไปทั้งตัว
“หรงเฟย อธิบายมา!” ฮ่องเต้ตรัสเพียงเท่านั้น
ทั่วป๋าหรงเฟยเบิกตาโตและตอบไปอย่างหวาดหวั่นว่า “ฝ่าบาท พระองค์ก็สงสัยหม่อมฉันเหมือนกันงั้นรึเพคะ? หม่อมฉัน…”
“นางเป็นสาวใช้ของเจ้า!” ฮ่องเต้ตรัสอย่างเย็นชาทุกถ้อยคำ
ทั่วป๋าหรงเฟยรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว สมองตีบตันจนพูดอะไรไม่ออก ทำได้เพียงส่ายหัวอย่างร้อนรนแล้วเอ่ยว่า “หม่อมฉันไม่ได้ทำ ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันก็ไม่ทราบว่าเรื่องมันเป็นมายังไง หม่อมฉัน…”
“เจ้าไม่ได้ทำ? งั้นใครทำ?” ฮ่องเต้ตรัสแทรกเสียงเย็น ไม่รู้ว่าคิดอะไรจึงทอดมองด้านล่าง
จิตใจของเหล่าขุนนางและท่านหญิงที่หวาดกลัวจนไม่กล้าพูดอะไรด้านล่างพร้อมใจกันหนาวสะท้าน
ในที่สุดสายตาของฮ่องเต้กลับไปหยุดอยู่ที่พี่น้องทั่วป๋าไหวอัน
มุมปากของพระองค์ยกยิ้ม แต่กลับแสดงอารมณ์ขัดกับรอยยิ้มโดยสิ้นเชิง เพียงตรัสอย่างเย็นชาว่า “เจ้าเป็นพี่ชายของนาง นางอธิบายไม่ได้ งั้นเจ้าพูดมา! ดูสิ่งที่คนโม่เป่ยอย่างเจ้าทำลงไป นางบอกว่านางไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือจะเป็นฝีมือเจ้างั้นรึ?”
“ฝ่าบาท กระหม่อมถูกใส่ร้าย!” ทั่วป๋าไหวอันหน้าเขียว รีบคุกเข่าลงกลางตำหนักทันที
ทั่วป๋าอวิ๋นจีก็ลุกออกมาคุกเข่าอยู่ข้างเขาอย่างเคร่งขรึมเช่นกัน