เวลาเดียวกันที่เรือนหย่าถิง ฮูหยินใหญ่นั่งดื่มชาอยู่ในเรือนเงียบๆ
หรูโม่ออกไปจัดการธุระพักหนึ่ง รอจนส่งชายารองเหลยกับลูกสาวขึ้นรถเรียบร้อยแล้วก็รีบกลับมา
“เรียบร้อยดีไหม?” ฮูหยินใหญ่ถาม
“เจ้าค่ะ!” หรูโม่พยักหน้า “คุณหนูสบายใจได้ บ่าวเห็นกับตาว่ารถเคลื่อนออกจากตรอกไปแล้ว พ่อบ้านเฉิงส่งผู้คุ้มกันไปด้วยสิบหกคน บ่าวรุ่นใหญ่ที่ตามไปก็จัดการดีแล้ว ครั้งนี้คนแซ่เหลยแม่ลูกคงจะได้อยู่ที่จวนนอกเมืองอย่างสงบจนกว่าท่านหญิงห้าจะออกเรือนเลย”
“อืม!” ฮูหยินใหญ่ยิ้มเล็กๆ ทว่าหาได้มีความยินดีแฝงอยู่สักเท่าไร ไม่นานก็ส่ายหน้ายิ้มขื่น “เดิมทีข้าคิดจะยืมมือเด็กคนนั้นกักบริเวณนาง ให้นางก่อเรื่องวุ่นวายให้น้อยหน่อย คิดไม่ถึงว่านางจะถอนรากถอนโคน ตัดปัญหาที่จะตามมาเสีย!”
แผนการของฉู่สวินหยาง ยากที่ใครจะคาดเดา
“ความจริงส่งนางออกไปก็เป็นเรื่องดีกับคุณหนูนะเจ้าคะ!” หรูโม่เอ่ย หลุบตาต่ำเล็กน้อย
ฮูหยินใหญ่มองนางทีหนึ่ง ยกมือขึ้นตบหลังมือของนาง “เจ้าพูดจาปากไม่ตรงกับใจเพื่อปลอบโยนข้า เด็กคนนั้นฉลาดเพียงใด มีหรือจะไม่รู้ว่าข้าจงใจยืมมือนาง แค่นางไม่เปิดโปงข้าเท่านั้นเอง หลังจากนี้ก็อยู่เงียบๆ ไปก่อนเถอะ หากว่าเอะอะเกินไปคงไม่ใช่เรื่องดี”
หรูโม่คิดเล็กน้อย แต่ก็อดจะเปิดปากถามไม่ได้ “ความจริงเรื่องนี้คุณหนูสามารถบอกท่านหญิงสวินหยางไว้ล่วงหน้า อย่างไรชายารองเหลยก็คิดไม่ซื่อ เป็นคนคิดร้ายกับคุณหนูก่อน”