ชายารองเหลยรู้ว่าหลานชายคนนี้เป็นจุดอ่อนของแม่นมกุ้ย จึงไม่คิดบีบบังคับนาง ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์อาจตาลปัตร ทำความสัมพันธ์นายบ่าวขาดสะบั้นลง
ในสถานการณ์ที่ไร้ทางออก นางได้แต่เถียงฉู่สวินหยางคอเป็นเอ็นว่า “ข้าบอกว่าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ ข้าไม่พอใจสตรีชั้นต่ำแซ่เหยานั่นอยู่ แต่คงไม่ไร้สมองถึงขนาดทำเรื่องที่ทำร้ายตัวเองหรอก”
“เจ้าไม่ยอมรับ?” ฉู่สวินหยางกำลังเล่นแหวนนิ้วหัวแม่มือสีหยกที่เพิ่งเก็บขึ้นมาจากข้างเท้า ยกมันขึ้นส่องกับแสงเพื่อตรวจสอบคุณภาพอย่างไม่รีบร้อน
ท่าทางเย็นชาและเรียบง่าย มองแล้วให้รู้สึกสบายใจยิ่งนัก คล้ายว่าบรรยากาศตึงเครียดไม่อาจสัมผัสถึงตัวนางได้เลย
ยิ่งชายารองเหลยเห็นท่าทางเช่นนั้นของนาง ในใจก็ยิ่งร้อนรนไม่เป็นสุข
“ข้าพูดมากกับเจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ทุกเรื่องล้วนมีนายท่านเป็นคนตัดสิน อย่าว่าแต่เรื่องที่ข้าไม่ได้ทำเลย ต่อให้มีเรื่องที่ข้าผิดจริง มันก็ไม่ใช่หน้าที่ที่คนรุ่นหลานอย่างเจ้าจะมาตั้งศาลเตี้ยสอบสวนข้า!” ชายารองเหลยตวาดก้อง เห็นชัดว่าหายใจไม่ทัน พูดจบแล้วก็สะบัดตัวเดินหนี
ชิงหลัวยืนอยู่ด้านหลังนาง ยื่นมือข้างหนึ่งมากดไหล่ของนางไว้ ไม่ยอมให้นางขยับตัว
บุกไม่ได้ ถอยก็ไม่ได้ ความสุขุมที่ฝืนมาครึ่งวันพลันทะลายครืนในชั่วพริบตา
“เจ้าจะเอายังไงกันแน่?” ชายารองเหลยเหมือนสติขาดผึง ตวาดเสียงแหลมสูงดังก้องไปทั่ว