“ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด ในเมื่อเจ้ากล้าทำเรื่องไร้คุณธรรมเช่นนี้ ก็ควรยอมรับผลที่ตามมา” ฉู่สวินหยางเอ่ย สายตาเอาแต่มองแหวนนิ้วหัวแม่มือ คล้ายว่าของไม่ถูกใจนัก
นางโยนของเล่นชิ้นนั้นทิ้งไปง่ายๆ
จากนั้นฉู่สวินหยางก็ปัดมือไปมา “เรื่องในวันนี้ข้าจะปิดเอาไว้ก่อน แต่การที่คนนอกไม่รู้ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น สตรีเช่นเจ้า…ห้องพระของวังบูรพาคงจะเล็กเกินไป”
“เจ้า…เจ้าหมายความว่าอะไร?” ชายารองเหลยเสียงสั่น แม้แต่ความกล้าหาญที่จะแผดเสียงก็หายไปสิ้น รู้สึกถึงความหายนะที่กำลังจะเกิด
“จากสภาพของน้องห้า คาดว่างานเลี้ยงปีใหม่ในวังคงเข้าร่วมไม่ได้แล้ว รั้งตัวอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะให้เป็นที่นินทา” ฉู่สวินหยางเอ่ย หยุดใช้ความคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองชิงหลัว สั่งว่า “เจ้าไปแจ้งกับพ่อบ้านเฉิง ให้เขาเตรียมรถม้า ส่งชายารองกับน้องห้าออกไปเสียตอนนี้เลย สภาพของน้องห้าต้องการการพักฟื้น มีชายารองคอยดูแลข้างกาย ท่านพ่อก็จะได้ไม่เป็นห่วง จวนนอกเมืองหลังนั้นก็ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมไว้นานแล้วนี่?”
“เจ้าค่ะ ท่านหญิง!” ชิงหลัวรับคำทันใด หมุนกายไปทันที
หัวคิ้วของฮูหยินใหญ่พันกันเล็กๆ
คนแซ่เหลยแม่ลูกทำหน้าโง่งม
ผ่านไปพักหนึ่ง ชายารองเหลยถึงได้สติกลับมา
นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองฉู่สวินหยางอย่างไม่อยากจะเชื่อ กระซิบเสียงแผ่วว่า “เจ้าไล่ข้าออกจากจวน?”