“วังบูรพาของข้าไม่มีทางเก็บตัวหายนะไม่รู้จักหนักเบาทั้งยังอาจหาญเทียมฟ้าเอาไว้แน่!” ฉู่สวินหยางเอาชนะด้วยรอยยิ้มบางๆ เท่านั้น
“เหอะ…” ชายาเหลยหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ รอยยิ้มสาวงามที่มาพร้อมกับหยดน้ำตาที่พรั่งพรู
จู่ๆ นางก็หยุดหัวเราะเอาดื้อๆ ราวกับถูกใครบีบคอเอาไว้ สายตาเหี้ยมโหดเกลียดชังตวัดมองฉู่สวินหยาง เค้นเสียงลอดฟันออกมาว่า “ข้าคือชายารองที่แต่งเข้ามาอย่างสมเกียรติ เจ้านับเป็นตัวอะไร? เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล่ข้าออกจากจวน?”
“ข้านับเป็นตัวอะไร?” ฉู่สวินหยางไม่โกรธ ยังคงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่ทุกข์ร้อน สายตาที่มองนางก็ราบเรียบ “ขออภัยทีเถอะ คนแซ่เหลย ปีนั้นเจ้าเข้าจวนมาอย่างยิ่งใหญ่เพียงใด ข้าไม่มีวาสนาได้ชื่นชม แล้วก็ไม่ได้อยากจะ
รับรู้ด้วย ข้ารู้เพียงว่าเจ้าเป็นอนุคนหนึ่งในเรือนหลังของท่านพ่อที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ วันนี้ยังทำความผิดร้ายแรง การที่ข้าลงโทษเจ้าแทนท่านพ่อเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักฟ้าดิน”
นางจงใจย้ำเสียง ‘อนุ’ สองพยางค์ให้ชัดเจน
สิ่งที่เรียกว่าอนุ หากไม่นับตามลำดับขั้น พูดตามภาษาชาวบ้านก็ถือเป็นเมียน้อยชั้นสูง มีฐานะเป็นเจ้านายอยู่ครึ่งหนึ่ง
ชายารองเหลยเริ่มเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ สีแดงก่ำเรื่อหน้า ริมฝีปากสั่นระริก กำลังจะอ้าปาก แต่ฉู่สวินหยางไม่เปิดโอกาสให้นาง