นางลุกขึ้น ก้าวขาไปด้านข้างเท้าหนึ่ง ใช้สายตาเย็นชาจดจ้องชายารองเหลย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า
“อย่าคิดใช้ความอาวุโสมากดทับข้า! เจ้าไม่คู่ควร! ข้าหาใช่เป็นคนสามัญ ที่นี่คือวังบูรพา เป็นราชสกุล! ต่อให้สกุลของเจ้าจะได้อยู่ในผังราชวงศ์เพราะท่านพ่อ แต่เอาเข้าจริง ข้าเป็นท่านหญิง เจ้าเป็นอนุ หรือจะเรียกสามัญชนก็ยังได้ พฤติกรรมของเจ้าก็เห็นๆ อยู่ วันนี้ยังสร้างเรื่องสร้างราว ที่ข้าลงโทษเจ้าย่อมเป็นสิ่งถูกทำนองคลองธรรม!”
ครอบครัวของขุนนางทั่วไป ต่อให้เป็นบุตรธิดาของบ้านใหญ่ก็ยังต้องให้เกียรติแม่รองอยู่หลายส่วน
แต่เมื่อเป็นราชสกุล ย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
สายโลหิตสูงส่งกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น!
ต่อให้ลำดับศักดิ์ของชายารองจะพอสูสีกับฉู่สวินหยาง แต่ถ้าพูดกับตรงๆ ฉู่สวินหยางเป็นราชนิกุลหญิงที่มีสายเลือด ขัตติยวงศ์ ทั้งปีนั้นยังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากฮ่องเต้ ชายารองเหลยกับนางจึงห่างชั้นกันอย่างไม่ต้องเปรียบ
ชายารองเหลยเบื้อใบ้ ได้แต่มองนางอย่างตกตะลึง
เรื่องอื่นๆ นางยังพอดันทุรังเถียงต่อได้ มีเพียงกฎของราชวงศ์เท่านั้นที่นางจนปัญญาจริงๆ