ฉู่สวินหยางเปลี่ยนหน้าเร็วเกินไป ชายารองเหลยถูกเสียงนางทำให้ตกใจ จากนั้นขาพลันอ่อนยวบ ต้องออกแรงฝืนไว้ไม่ให้เข่าของตนกระแทกลงพื้น
นางหน้าซีดขาว มองฉู่สวินหยางอย่างตื่นตระหนก
ฉู่สวินหยางหัวเราะเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะตวาดอีกครั้งว่า “กล้าเล่นตุกติกกับของที่จะส่งเข้าวังหลวง เจ้ามีหัวกี่หัวกันน่ะ?”
หัวใจของชายารองเหลยกระตุกวูบ
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างหันมามองนางเป็นตาเดียว
แม้จำนวนคนไม่มาก แต่ว่าสายตาก็ต่างออกไปหลายหลาก ทั้งยังรู้สึกว่ามีคนมองอย่างทิ่มแทงอยู่เบื้องหลัง
ชายารองเหลยกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว หลุดปากออกมาว่า “เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร ข้าเปล่า…”
“เจ้าเปล่า?” ฉู่สวินหยางแสยะยิ้ม หรี่ตากวาดมองข้าวของที่กองอยู่บนพื้น “เจ้ากล้าบอกว่าเปล่า? เจ้าสาบานกับสวรรค์ต่อหน้าของพวกนี้ บอกข้าสิ ว่าเจ้าไม่ได้เล่นลูกไม้อะไร? ไม่ได้มีเจตนาชั่วช้า?”
“ข้า…” ชายารองเหลยร้อนรน สายตาเลิ่กลั่กมองไปทั่ว คล้ายกำลังต่อสู้กับตัวเองว่าควรจะสาบานดีหรือไม่
แต่ฉู่สวินหยางไม่รอให้นางคิดออกก็ใช้เท้าถีบเข้าที่ผัาพับจนกระเด็น มันลอยลิ่วออกไปก่อนจะตกคลุมร่างของชายารองเหลยพอดี
ชายารองเหลยยกมือดึงทึ้งอย่างลนลาน