“ข้าน้อยแค่กล่าวตามจริง” ฮูหยินใหญ่ไม่ยอมอ่อนข้อ “สิ่งของเหล่านี้เตรียมเอาไว้ตั้งแต่บ่ายวันเดียวกับที่ข่าวดีประกาศออกมา มันถูกเก็บไว้ที่ห้องเสบียงชั่วคราวเพื่อรอส่งเข้าวังในเช้าวันถัดไป คืนนั้นนอกจากแม่นมกุ้ยข้างกายท่านที่เรียกร้องจะเอาผ้าพับสองผืนให้จงได้ ก็ไม่มีใครอื่นเข้าใกล้ห้องเสบียงอีก หรือข้าน้อยจะปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายท่านได้งั้นรึ?”
คำพูดของฮูหยินใหญ่ครบพร้อมด้วยเหตุและผล ชายารองเหลยรู้ว่าเรื่องใหญ่ตึงมือ เหงื่อจึงผุดเต็มหน้าอย่างไม่รู้ตัว
ฉู่เยว่เหยียนเดิมทีก็โกรธแค้นแทนนาง แต่พอเห็นนางทำท่าทางเช่นนั้นก็ไม่กล้าเปิดปากอีก เพราะชายารองเหลยหรือมารดาที่ตนรู้จักนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะใช้อุบายชั่วช้าเพื่อใส่ร้ายฮูหยินใหญ่จริงๆ
แม่นมกุ้ยเหมือนหัวใจถูกไฟแผดเผา ร้องเสียงดังว่า “บ่าวแค่ไปหยิบผ้าเท่านั้น จะเอาไปตัดชุดเพื่อใช้วันงานปีใหม่ รับรองว่าไม่ได้แตะต้องของพวกนั้นเลยสักนิด บ่าวกล้าสาบานต่อสวรรค์ บ่าวไม่ได้แตะต้องของพวกนั้นเลย!”
“งั้นก็ดี!” ฉู่สวินหยางยิ้มให้เบาๆ อย่างสงบ “ข้าได้ยินว่าหลานชายคนโตของแม่นมกุ้ยน่ารักเฉลียวฉลาด อายุยังน้อย แต่อ่านหนังสือมากนัก ไม่แน่ภายภาคหน้าอาจได้รับราชการนำเกียรติยศมาสู่ครอบครัว ในเมื่อแม่นมกุ้ยบริสุทธิ์ใจ มิสู้สาบานด้วยอนาคตของเขา ข้าไม่เพียงจะลืมเรื่องเก่าๆ ทั้งหมด แต่จะขอโทษนายของเจ้าต่อหน้าทุกคนอีกด้วย!”