ฮูหยินใหญ่มองนางนิ่งๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน มุ่นคิ้วเบาๆ เอ่ยว่า “วาจาเช่นนี้ของชายารองมาจากไหนกัน? ท่านก็รู้นี่ว่าของพวกนี้จะต้องถูกส่งเข้าวังเพื่อให้หรงเฟยใช้บำรุงครรภ์ ในเมื่อนายท่านวางใจให้ข้าคอยดูแลกิจในเรือนไปชั่วคราว ข้าน้อยย่อมทุ่มเทจิตใจจัดการดูแล เมื่อตรวจพบว่าสิ่งของพวกนี้ผิดปกติ ข้าจะกล้าส่งเข้าวังไปอีกหรือ? หากเวลานั้นเกิดเรื่องขึ้นมา คงต้องพบกับหายนะกันหมดแน่”
“ของผิดปกติ?” ชายารองเหลยกัดฟันกรอด กล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุกไม่หยุด เอ่ยเสียงน่ากลัวว่า “ต่อให้มันผิดปกติจริง จะมีใครกล้ารับประกันว่าเจ้าไม่ใช่โจรที่ร้องให้ผู้อื่นจับโจรเล่า?”
“ของพวกนั้นข้าจัดเองกับมือ หากว่ามีของสกปรกส่งเข้าวังไป ข้าย่อมเป็นคนแรกที่ถูกผลักออกไปรับผิด” ฮูหยินใหญ่กล่าว หว่างคิ้วเริ่มมีริ้วความโกรธขึ้นมาบ้าง “ชายารอง ข้ารู้ว่าเพราะเรื่องที่นายท่านให้เกียรติข้า ทำเอาหลายวันนี้ท่านหงุดหงิดใจ แต่อย่างไรก็เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างพี่น้องเรือนหลัง เพื่อจะยัดเยียดความผิดฐานบกพร่องในหน้าที่ให้กับข้า แม้แต่ชีวิตของนายท่านกับหลายร้อยคนในจวนท่านก็ไม่ไยดีแล้วรึ? วิธีการเช่นนี้… ออกจะเสียสติเกินไปหรือไม่?”
“เจ้าว่าไงนะ?” ชายารองเหลยถูกนางชี้จมูกด่าให้ยกหนึ่ง ดวงตาพลันเบิกโต “เจ้ากล้าสั่งสอนข้า? เมื่อใดกันที่สตรีต่ำช้าเหมือนสุนัขแอบอ้างบารมีนายอย่างเจ้ามีสิทธิ์มาติติงข้า”