งานแต่งของฉู่เยว่หนิงกำหนดแล้ว วันเวลาที่ประมาณการไว้คร่าวๆ ก็คือช่วงเดือนห้าของปีถัดไป
สำหรับฮูหยินใหญ่ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าบุตรสาวของตนอีกแล้ว
ปีนั้น ฉู่เยว่เหยาทำเรื่องฉาวโฉ่ ฉู่อี้อันไม่พอใจหนัก ไม่ว่าสินเจ้าสาวหรืองานแต่งก็ทำไปอย่างถูๆ ไถๆ ตอนนี้มาถึงคราวของบุตรสาวตัวเอง ฮูหยินใหญ่ไม่อยากให้ฉู่เยว่หนิงต้องถูกทำร้ายจากประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยอีก
คำพูดของฉู่สวินหยาง แม้จะสงบนิ่งเรียบ แต่ก็ทิ่มแทงนางถึงเจ็ดส่วน
ฮูหยินใหญ่มองนาง นัยน์ตาสุขุมเปลี่ยนอารมณ์ไปมาหลากหลาย สุดท้ายก็หัวเราะขื่น เอ่ยด้วยสีหน้าดังเดิมว่า “มิผิด งานแต่งของหนิงเอ๋อร์ ข้าคงต้องจัดเองเองถึงจะวางใจ ในเมื่อท่านหญิงพูดถึงขนาดนี้แล้ว ข้าก็จะไม่บ่ายเบี่ยงอีก”
“เช่นนั้นก็ลำบากฮูหยินใหญ่แล้ว” ฉู่สวินหยางยิ้มให้บางๆ
“มิกล้า!” ฮูหยินใหญ่ตอบ พูดอะไรอีกสองประโยคแล้วก็ขอตัวกลับไป
ฉู่สวินหยางยังอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ มีเพียงชิงหลัวที่ออกไปส่ง
ชิงเถิงเดินเข้ามาเก็บถ้วยชา พลางหันหน้าไปมองแผ่นหลังของฮูหยินใหญ่ที่ลานด้านนอก เอ่ยว่า “ท่านหญิง ท่านจะใช้ฮูหยินใหญ่ไปงัดข้อกับชายารองเหลยหรือเจ้าคะ?”
ชายารองเหลยเพิ่งออกมาได้ก็หาเรื่องพิพาทกับฮูหยินใหญ่แล้ว เพียงแต่ช่วงนี้ฉู่เยว่เหยียนทำให้ฉู่อี้อันไม่พอใจ นางจึงยังไม่อยากซวยไปด้วย หากว่าฮูหยินใหญ่มอบอำนาจการจัดการในมือคืนกลับไป สองฝ่ายก็คงจะยุติความขัดแย้งได้
“หญิงสาวบางคน หากว่าไม่แก่งแย