คงยากจะเลี่ยงเป็นที่นินทาครหา เรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่อฉู่อี้อัน
ฉู่สวินหยางไม่รู้สึกว่าฮูหยินใหญ่หวาดกลัวชายารอง ที่นางเสนอให้คืนอำนาจกลับไป คงเพราะคำนึงถึงชื่อเสียงภายนอกจวนมากกว่า
ฉู่สวินหยางหัวเราะ ก่อนจะจิบชาอย่างไม่ค่อยแยแส เอ่ยว่า “ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ส่งคืนไปคืนมามีแต่จะยุ่งยาก ข้าเห็นว่าสองเดือนมานี้ฮูหยินใหญ่ก็จัดการเรื่องราวได้เรียบร้อยดี ในเมื่อท่านพ่อไม่ว่ากระไร เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหรอก”
“แต่ว่าชายารองเหลยทางนั้น…” ฮูหยินใหญ่ยังรู้สึกว่าไม่เหมาะนัก
“มิใช่ว่าช่วงนี้นางต้องคอยอบรมกฎระเบียบให้น้องห้ารึ? จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการสั่งสอนให้บุตรสาวดูแลครอบครัวอีก?” ฉู่สวินหยางแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยวาจาที่คล้ายจะแฝงความนัยว่า “งานแต่งน้องสี่ผ่านปีใหม่ไปก็ต้องเริ่มเตรียมแล้ว คิดว่าฮูหยินใหญ่คงหวังให้นางแต่งออกไปอย่างสมเกียรติเช่นกัน!”
ฮูหยินใหญ่อึ้งไป ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองฉู่สวินหยางอย่างไม่อาจทำใจเชื่อ
ฉู่สวินหยางพูดต่อไปด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งเศษเสี้ยวความใยดี “พวกเราล้วนเป็นบุตรสาวของท่านพ่อ งานพี่ใหญ่คราวก่อนก็ทำงามหน้าไว้ แต่ต่างกรรมต่างวาระไม่อาจเทียบกันได้ พ้นปีใหม่ไปก็ต้องจัดเตรียมงานแต่งน้องสี่แล้ว หากมอบให้คนอื่นไปจัดการ ฮูหยินใหญ่คงจะวางใจไม่ลงกระมัง? ดังนั้นข้าเห็นว่า ผู้ใดมีความสามารถก็ต้องทำงานหนักกว่าผู้อื่น ช่วยแบ่งเบากิจของจวนในช่วงนี้ไปก่อน”