รองทางนั้นมีเรื่องอื่นให้วุ่นวายมากพอแล้ว ข้าไม่อยากเพิ่มปัญหาให้พวกเขาน่ะ เรื่องนี้เจ้าก็ช่วยข้าสืบหน่อยเถอะ อย่างน้อยที่สุดข้าก็อยากรู้ว่าในมือของคุณชายรองคนนั้นมีหมากอยู่มากน้อยเท่าไร จะคุ้มค่าพอให้ข้าวางเดิมพันข้างเขาได้หรือไม่อย่างไรเล่า!”
ซูอี้กับสกุลซูตอนนี้ยืนอยู่คนละฝั่งกัน เรื่องนี้นางมั่นใจได้แล้ว ซูอี้ผู้นี้มากความสามารถด้านการศึก เมื่อชาติก่อนเขาก็เก็บตัวคอยบงการอยู่เบื้องหลัง ถึงขนาดราดไฟใส่น้ำมัน ยืนมองสกุลซูถูกยึดอำนาจทางทหารไปเพราะทำให้สงครามชายทะเลต้องเสียเปรียบ จากนั้นค่อยพลิกมือรวบเอากำลังทหารส่วนนั้นมากุมไว้เสียเอง เห็นชัดๆ ว่าเขาคิดจะแก่งแย่งและกดซูหังพ่อลูกให้ตกต่ำ ชิงคมดาบในมือสกุลซูกลับคืนสู่มือตัวเอง ตอนที่ฉู่เพ่ยคุมอำนาจเขาอาจเป็นได้แค่สัตว์ที่จำศีล แต่ตอนนี้ฮ่องเต้อายุมากแล้ว ไม่ถึงสามปีห้าปี รอให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นนั่งบัลลังก์ เขาแค่อาศัยความดีความชอบในสนามศึก เบียดแทรกคนแซ่ซูพ่อลูกขึ้นรับตำแหน่งแทน นั่นก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
แน่นอนว่า เหตุและผลเหล่านี้ นางไม่อาจพูดให้เหยียนหลิงจวินฟังได้
โชคดีที่เหยียนหลิงจวินไม่ได้ซักไซ้ เพียงหยุดคิดเล็กน้อย เอ่ยว่า “ก็ได้ อีกสองสามวันข้าจะส่งข่าวให้เจ้า!”
พอจบประเด็นนี้ได้ หัวใจของเหยียนหลิงจวินก็เบาลงทันที เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าด้านนอกทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาหาฉู่สวินหยาง เห็นว่านางชุดที่นางใส่ยังเป็นชุดเด