้สมองอยู่สักพัก เขาจึงเปิดปาก “เจ้าคิดจะทำอะไร? หยุดเขา?”
การต่อสู้ระหว่างฉู่ฉีเหยียนกับซูหลินพี่น้องเกิดขึ้นตรงหน้า ตอนนี้ฉู่สวินหยางกับซูอี้ยังจะเข้าไปร่วมวงด้วยอีก?
เหยียนหลิงจวินรู้สึกปวดหัวอยู่รางๆ
ฉู่สวินหยางแย่งถ้วยชาจากมือเขา ประคองมันไว้ในมือแล้วสังเกตดอกไม้สีอ่อนที่ลอยอยู่ในนั้น ผ่านไปสักพักถึงกล่าวว่า “ตรงกันข้าม ข้ากลับคิดว่าควรตอบแทนน้ำใจเขาจะเป็นการดีกว่า”
เหยียนหลิงจวินตะลึงไป พลันรู้สึกว่าไล่ตามความคิดของนางไม่ค่อยทัน
ฉู่สวินหยางหรี่ตาลง เก็บใบไม้สีทองที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาอีกครั้ง นัยน์ตาเปล่งแสงเจ้าเล่ห์ “ในเมื่อเขาไม่ออกไปพบกับซูหลินซึ่งๆ หน้า ก็หมายความว่าระหว่างกลางมีแค้นเก่าที่ติดค้าง สิ่งที่เขาอยากปกป้อง…ความจริงก็แค่จวนอ๋องฉางซุ่นกระมัง? พอดีเลย ข้าก็ไม่ได้พิศวาสซูหลินสองพี่น้องนั่นนัก หากว่าอนาคตจวนอ๋องฉางซุ่นจะเปลี่ยนให้คุณชายรองผู้นี้มาเป็นหัวเรือแทน ไม่แน่ข้าอาจจะพลอยได้ประโยชน์ไปด้วย!”
เพราะว่าเรื่องราวเกี่ยวพันถึงชะตาของวังบูรพาในภายภาคหน้า ดังนั้นการตัดสินใจทุกอย่างของฉู่สวินหยางจึงรอบคอบและระมัดระวังเป็นที่สุด แต่ครั้งนี้แม้แต่คำทักทายสักคำยังไม่เคยได้เอ่ยกับซูอี้ นางก็เลือกที่จะเดินทางสายนี้แล้ว ดูท่า…
การตัดสินใจครั้งนี้ ออกจะทำได้ลวกๆ ไปหน่อย!
เหยียนหลิงจวินมองหน้านางด้วยความสงสัยอย่างลึกซึ้ง
ฉู่สวินหยางฉีกยิ้มให้ รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ท่านพ่อกับพี่