ายๆ ลงบนโต๊ะ
เดิมฉู่ฉีเฟิงเพียงมองมันอย่างไม่ใส่ใจ แต่พอจ้องเส้นหนานั้นไปเรื่อยๆ ก็พบว่าแผนที่คุ้นตาค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ เขาเด้งตัวลุกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว โน้มร่างเข้ามาดู
“ช่วงนี้ข้าว่างไม่มีอะไรให้ทำ เลยนั่งวิเคราะห์ภูมิประเทศแถบเมืองฉู่เล่น ข้าถึงเจอว่า หากท่านพ่อต้องการกุมอำนาจของที่นั่น ความจริงไม่จำเป็นต้องเอาความดีความชอบไปแลกอำนาจในมือพระองค์เลย สงครามฉากนี้ ไม่จำเป็นต้องคว้าชัย ขอเพียงถ่วงเวลาคนของหนานฮวาเอาไว้ ยิ่งนานเท่าไรก็ยิ่งดี” ฉู่สวินหยางลากเส้นเพิ่มอีกสองเส้น ก่อนจะยกมือแล้วจิ้มไปบนแผนที่ เอ่ยว่า “ดูจากแผนที่นี้ จุดตั้งค่ายของเรายังไม่ใช่ชัยภูมิที่ดีที่สุด รอพี่รองกลับไปแล้ว ค่อยเสนอให้ย้ายค่ายไปตรงช่องเขาทางทิศตะวันตก ที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่ลึกเข้าไป ทั้งซับซ้อนด้วยมีภูเขาโอบล้อมรอบด้าน หลังเขายังมีปราการธรรมชาติเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ไม่เป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี ป้องกันง่าย รุกรานยาก รอถึงตอนนั้น ขอเพียงพี่รองไม่อยากทำศึก ทัพหนานฮวาก็ทำได้แต่มองตาปริบๆ ท่านอยากจะยืดเวลาออกไปนานเท่าไรก็ย่อมได้ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น!”
ชัยภูมิตรงนั้น นางได้ทุ่มเทกำลังศึกษาแผนที่เมืองฉู่อย่างละเอียดเพื่อตามหาจุดตั้งทัพตั้งแต่ชาติที่แล้ว ปีนั้นนางก็มีความคิดเหมือนกับฉู่อี้อัน แค่อยากจะกุมอำนาจทหารของเมืองฉู่ไว้ให้นานที่สุด เพราะว่าทั้งบิดาและพี่ชายต่างมีตำแหน่งที่สุ่มเสี่ยงในวังหลวง