จะให้เขาคุยแผนการที่จะจัดการบิดาของตนต่อหน้าลูกๆ…
แม้แผนการจะเริ่มต้นแล้ว แต่ก็ไม่อยากเอ่ยปากมากความ
ฉู่สวินหยางกับฉู่ฉีเฟิงสบตากันทีหนึ่ง ต่างก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
“ขอรับ!” ฉู่ฉีเฟิงรีบเปลี่ยนเรื่อง ลุกขึ้นแล้วเอ่ยต่อว่า “เมื่อคืนข้าสั่งคนให้เตรียมของขวัญกับแพรพรรณเอาไว้แล้ว สวินหยางถ้าตอนบ่ายเจ้าไม่มีเรื่องอะไร พวกเราก็ไปกันเดี๋ยวนี้เลยเถอะ?”
“อืม!” ฉู่สวินหยางผงกศีรษะ
ฉู่อี้อันโบกมือไล่ สองคนจึงคารวะแล้วล่าถอยออกมา
ตั้งแต่ออกมาจากห้องหนังสือ ฉู่สวินหยางก็เหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ ตลอดทางไม่ส่งเสียงเลยสักแอะ
ฉู่ฉีเฟิงเหลือบตามอง แล้วยกมือตบไหล่นาง ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เอ่ยว่า “ถ้าไม่อยากเข้าไป เจ้ารอข้าที่หน้าประตูวัดก็ได้ ไม่ต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนว่าถูกบังคับให้เดินขึ้นลานประหารหรอก”
เป็นเรื่องที่สังเกตเห็นได้อย่างง่ายดายว่าคนแซ่ฟางกับฉู่สวินหยางไม่ลงรอยกัน ฉู่ฉีเฟิงรับรู้เรื่องนี้อย่างกระจ่าง
ฉู่สวินหยางได้ยินเสียงเขาพูดไปอีกเรื่องหนึ่งก็ได้สติกลับมา แต่คิ้วก็ยังพันกันยุ่ง ไม่มีท่าว่าจะคลายออกเลยสักนิด
ฉู่ฉีเฟิงอดจะเป็นห่วงนางไม่ได้ เอ่ยว่า “เป็นอะไร? ไม่สบายรึ?”
พูดแล้วก็ยื่นมือจะมาแตะหน้าผากของนาง