่งที่เขาคิด…
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉู่สวินหยางเลยสักนิด ฮูหยินเหลยต่างหากที่เป็นคนทำ
เขาอดจะยอมรับความเก่งกาจของฉู่สวินหยางไม่ได้จริงๆ ตอนนั้นที่อยู่กับคนแซ่เจิ้ง ก่อนที่จะกลับนางได้ทิ้งประโยคหมิ่นเหม่คลุมเครือเอาไว้ คล้ายเจตนาจะเอาชนะฉู่เยว่เหยา แต่ความจริงแล้วนางจงใจชี้ทางให้ฮูหยินเหลยมองเห็นถึงโอกาสที่จะได้เกี่ยวดองกับวังบูรพา
ฮูหยินเหลยผู้นั้นเป็นคนสายตาคับแคบเห็นแก่ได้โอกาสดีๆ อย่างนี้มีหรือจะยอมปล่อยให้หลุดมือ?
ดังนั้นนางจึงติดกับตามแผน เดินตามเส้นทางที่ฉู่สวินหยางเตรียมเอาไว้ทั้งหมด
แต่น่าแค้นใจนัก เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนถูกฉู่สวินหยางควบคุมไว้ในฝ่ามือ ทว่ามือนางกลับไม่เปื้อนเลือดเลยสักนิด เปิดเผยให้คนรู้ว่านางอยู่เบื้องหลัง แต่กลับไร้หนทางจะแตะต้องนาง!
“ป้าสะใภ้?” ฉู่เยว่เหยียนนึกออกในทันใด สีหน้าคาดไม่ถึง
ฮูหยินเหลยเป็นคนทำ? นางกล้า? นางทำได้อย่างไร?
ฉู่ฉีเฟิงไม่อยากพัวพันกับสองพี่น้องคู่นี้อีก วางถ้วยชาในมือแล้วยืนขึ้น เอ่ยว่า “ท่านพ่อมอบหมายงานให้ พี่ใหญ่คงจะยุ่ง พวกเราวันหน้าค่อยมาระลึกความหลังกันใหม่ สวินหยาง ไปเถอะ!”
ฉู่สวินหยางย่อมคิดไม่ต่างกัน หยัดกายเดินตามเขาออกไปอย่างไม่ต้องหยุดคิด
เรือนรับแขกหลังโต เพียงชั่วพริบตาก็เหลือแค่ฉู่ฉีฮุยกับฉู่เยว่เหยียนสองคนเท่านั้น
ฉู่เยว่เหยียนนิ่งไปนาน จะเค้นสมองอย่างไรก็ไม่เข้าใจเสียทีว่าเหตุใดฮูหยินเหลยถึงทำเช่นนี้กับนาง
สุดท้าย