ตุกค้าง มองนางด้วยอารมณ์ที่ตีกันมั่วไปหมด ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ
“แม้น้องห้าจะเลอะเลือน แต่คิดว่าพี่ใหญ่คงกระจ่างแก่ใจดี ในเมื่อพวกเราอยู่พร้อมหน้ากันตรงนี้แล้ว ก็ควรจะคุยกันให้เข้าใจไปเสีย ต่อไปจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิด ให้เบาะแว้งกันจนบ้านไร้ความสงบ มีแต่สร้างความหนักใจให้ท่านพ่อไม่จบสิ้น!” ฉู่ฉีเฟิงกล่าวเบาๆ แล้วหลุบตาจิบน้ำชา “ข่าวลือพวกนั้นแท้จริงแล้วมาจากไหน? พี่ใหญ่ เจ้าพอรู้บ้างหรือไม่เล่า?”
ฉู่ฉีฮุยสีหน้าย่ำแย่ ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก ฉู่เยว่เหยียนก็เด้งตัวออกจากอ้อมแขนเขา พูดด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “พี่รองเพิ่งกลับมา ข้าถึงไม่โทษว่าพี่ไม่เข้าใจ แต่ทำไมพี่ไม่ลองถามน้องสาวตัวดีของพี่ดูล่ะ ว่านางทำอะไรไปบ้าง? เห็นชัดๆ ว่าเป็นฝีมือนาง เป็นนางที่จิตใจหยาบช้าคิดทำลายข้า!”
ฉู่เยว่เหยียนคิดไป ก็ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บแค้น เดินกลับไปนั่งแล้วฟุบหน้าร้องไห้กับโต๊ะต่อ
ฉู่ฉีเฟิงเหลือบมองนางทีหนึ่ง เอ่ยเสียงกระด้างว่า “ข้าไม่จำเป็นต้องถามใคร แล้วก็ไม่จำเป็นต้องสืบสวนอะไรด้วย น้องสาวของข้าเป็นคนอย่างไรข้าย่อมรู้ดี เรื่องสกปรกอย่างการสาดโคลนลับหลังคน นางไม่ลดตัวลงไปทำเด็ดขาด!”
————————————————————————