่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดได้ กลางหว่างคิ้วมีความองอาจเพิ่มขึ้นหลายส่วน เว้นแต่สายตาอบอุ่นอ่อนโยนที่มักใช้มองนางคู่นั้นที่ยังเป็นเช่นเก่าไม่เปลี่ยนแปลง
รอยยิ้มที่มุมปากของฉู่สวินหยางกดลึกขึ้นอีกอย่างไม่รู้ตัว
ตอนนี้ฉู่เยว่เหยียนได้สติกลับคืนมาแล้ว
นางออกแรงกัดริมฝีปาก สูดหายใจลึกแล้วเดินไปอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสอง เอ่ยเสียงเย็นว่า “พี่รอง ข้ามีเรื่องส่วนตัวที่ต้องคุยกับพี่สาม หากว่าสะดวก ขอพี่รองช่วยหลบไปก่อนได้หรือไม่?”
ฉู่ฉีเฟิงเป็นคนลำเอียง หากบอกว่าฉู่อี้อันตามใจฉู่สวินหยางจนเกินขอบเขต เช่นนั้นฉู่ฉีเฟิงก็เรียกได้ว่าไม่เคยขัดใจนางเลย
เป็นพี่น้องเหมือนๆ กัน ไม่เห็นว่าฉู่ฉีฮุยจะเข้าข้างนางขนาดนี้!
ฉู่เยว่เหยียนคิดในใจ พลันรู้สึกถึงเกลียดชังขึ้นมา
ฉู่ฉีเฟิงมองนางทีหนึ่ง แต่ยังยืนนิ่งไม่ขยับ เอ่ยว่า “ที่นี่คือวังบูรพา ไม่มีพื้นที่ใดในจวนนี้ที่ข้าจะอยู่ไม่ได้ เป็นเจ้าเสียมากกว่า มาก่อเรื่องวุ่นวายอะไรกับพี่สามของเจ้า?”
เดิมฉู่เยว่เหยียนมาที่นี่ด้วยเหตุผลที่ครบพร้อม ทั้งหมดล้วนเตรียมการมาอย่างดี สาวใช้บ่าวไพร่ในเรือนก็เกณฑ์มาจนเกือบหมด คิดจะมาทวงความยุติธรรมจากฉู่สวินหยาง
สายตาของฉู่ฉีเฟิงตวัดมองเล็กน้อย เห็นชัดว่าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรแล้ว
สาวใช้บ่าวไพร่ต่างตกใจจนหน้าซีด พยายามหดคอตัวเองให้ต่ำเอาไว้ ในใจอยากจะมุดดินหนีให้จบเรื่อง…
ฉู่ฉีเฟิงเป็นคนนุ่มนวลสุภาพ กับบ่าวไพร่ก็ปฏิบัติตัวด้วยดีอยู