้วก็กลับเรือนซินอี๋ไปเถอะ หากยังก่อความวุ่นวายเหมือนคนไม่ได้รับการสั่งสอนอีก ข้าจะสั่งลงโทษเจ้าแทนท่านพ่อ!”
วาจาของฉู่ฉีเฟิง หาใช่คำล้อเล่น
สาวใช้ของฉู่เยว่เหยียนเริ่มร้อนรน รีบเข้ามาดึงแขนเสื้อของนางไว้ กระซิบกล่อมว่า “ท่านหญิง กลับเถอะเจ้าค่ะ!”
“ปล่อยนะ!” ฉู่เยว่เหยียนสะบัดนางทิ้งอย่างเกรี้ยวกราด
สาวใช้คนนั้นยืนไม่มั่นคง เซไปด้านหลังจนเกือบจะชนเข้ากับคนที่เพิ่งจะมาถึง พอทรงตัวได้แล้วจึงรีบย่อกายคารวะ “ท่านจ่างซุน!”
ฉู่ฉีฮุยผ่านมาแต่ไกลๆ พอเห็นเหตุการณ์ทางนี้ สีหน้าก็มืดดำไปครึ่งแถบ
“พี่ใหญ่ มาได้เวลาพอดี ข้า…” ฉู่เยว่เหยียนคิดว่ามีคนให้ท้ายนางแล้ว รีบปรี่เข้าไปหาอย่างหน้าชื่นตาบาน
ฉู่ฉีฮุยปรายตาปรามนางทีหนึ่ง แล้วก็ไม่สนใจอีก ฝีเท้าไม่ได้หยุดพัก เดินตรงไปหาฉู่ฉีเฟิงทันที
“น้องรอง!” ฉู่ฉีฮุยสาวเท้ายาวเข้ามา รอยยิ้มกระจายเต็มหน้า คล้ายว่ายินดีปรีดาหนักหนา เขาตบไหล่ฉู่ฉีเฟิงอย่างแรง “กลับมาแต่เมื่อไร? ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย?”
ทั้งวาจา สีหน้าและท่าทางล้วนเสแสร้งได้อย่างแนบเนียน แต่ฉู่สวินหยางยืนอยู่ด้านข้าง ยังมองเห็นรอยยิ้มแข็งทื่อไม่เป็นธรรมชาติบนใบหน้าเขาได้
คนในจวนทั้งหมด เกรงว่าผู้ที่ไม่อยากเห็นฉู่ฉีเฟิงปรากฏตัวออกมามากที่สุดก็คือเขานี่แหละ!
ฉู่ฉีเฟิงส่งยิ้มให้เขา แล้วตอบกลับไปสั้นๆ ว่า “เพิ่งถึง!”
สายตาของฉู่ฉีฮุยมีแสงวาบผ่าน รู้แก่ใจดีว่าที่เขากลับมาคราวนี้ต้องเกี่ยวกับการศึกเมื