่างไม่สบอารมณ์ ค้อนขวับใส่นาง แล้วยกกระโปรงเดินหายไป
ชิงหลัวที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ถึงได้พึมพำออกมาอย่างครุ่นคิดว่า “เกรงว่างานแต่งของท่านหญิงอันเล่อจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งแล้ว!”
ฉู่สวินหยางหัวเราะ ไม่บอกปฏิเสธ
บุตรชายสกุลจางกลายเป็นคนปัญญาอ่อนก็เพราะฉู่หลิงอวิ้นเป็นเหตุ มีหรือจะกล้ำกลืนความอัปยศนี้ได้ลง?
อีกอย่างท่ามกลางตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวง จางอวิ๋นเจี่ยนก็หาได้เป็นผู้มีชื่อเสียงดีงามให้กล่าวถึง ฉู่ฉีเหยียนเดิมก็เพียงต้องการกล่อมสกุลจางให้สงบ จุดประสงค์ก็เพื่อรักษาหน้าตาของฉู่หลิงอวิ้นกับจวนอ๋องหนานเหอก็เท่านั้น แต่มาถึงตอนนี้…
จางอวิ๋นเจี่ยนกลายเป็นปัญญาอ่อน หากไม่รีบตีเหล็กตอนยังร้อน ลูกสะใภ้ที่ถูกกำหนดตัวไว้ลับๆ อย่างฉู่หลิงอวิ้นคงได้บินหายไปในกลีบเมฆแน่
เช่นนั้น สกุลจางจึงไม่สนใจว่าใครจะขายขี้หน้าบ้างหรือไม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้…
คือต้องจับคนไว้ให้มั่นเสียก่อนจึงจะสบายใจ
เป็นเพราะประตูบานนั้นของซูหลินแท้ๆ เชียวเรื่องราวถึงได้สำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์
ฉู่สวินหยางนิ่งคิด ก่อนจะกำชับชิงหลัวไปสองประโยคว่า “เรื่องนี้ข้าไม่ยุ่ง แต่จวนอ๋องหนานเหอทางนั้นต้องจับตาดูเอาไว้ คอยระวังการเคลื่อนไหวของฉู่หลิงอวิ้นสองพี่น้องไว้ให้ดี!”
ฉู่อี้หมินกับคนแซ่เจิ้งคงไร้หนทางจะพลิกสถานการณ์ได้อีก อย่างมากก็ทำได้แค่เข้าวังไปขอร้องหลัวฮองเฮา นางกังวลว่าฉู่ฉีเหยียนอาจทำอะไรเหนือความคาดหมายจนทำ