ให้สถานการณ์เปลี่ยนพลิกอีกรอบ
“เจ้าค่ะ! บ่าวทราบแล้ว!” ชิงหลัวรับคำหนักแน่น ตวัดหมวกขึ้นมาใส่อีกครั้งก่อนจะวิ่งหายไปในฉากหิมะที่ไกลสุดตา
ฉู่สวินหยางยกชามน้ำแกงร้อนๆ ขึ้นมาดื่มต่อราวกับเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน
ทางด้านจวนอ๋องหนานเหอนั้นก็เป็นไปตามที่ฉู่สวินหยางคิดเอาไว้ ทันทีที่คนแซ่จางเข้าไปโวยวายในวัง ฮ่องเต้ที่โทสะยังไม่ทันจะสลายหมด ก็สั่งให้คนตามตัวฉู่อี้หมินที่เพิ่งจะหย่อนก้นนั่งเก้าอี้ให้เข้าวังอีกรอบหนึ่ง
ฉู่ฉีเหยียนกลับมาจากจวนสกุลจาง ก็สั่งให้คนคอยเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของจวนนั้นไว้ หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันเขาจะรู้ข่าวก่อนใครๆ กลัวเพียงว่าฉู่อี้หมินทางนั้นจะลุกลนจนทำให้ฮ่องเต้พิโรธยิ่งกว่าเก่า จึงตามเข้าวังไปด้วยกัน
คนแซ่เจิ้งร้อนใจเหมือนมดที่ถูกต้มในหม้อร้อน…
เรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ ใครต่อใครคงรู้เรื่องระหว่างฉู่หลิงอวิ้นกับจางอวิ๋นเจี่ยนกันให้ทั่วไปหมดแล้ว
“ไม่ได้ ข้าต้องรีบเข้าวังไปพบเสด็จย่าของเจ้า เรื่องนี้ต้องพึ่งนาง นี่.. นี่มัน…” คนแซ่เจิ้งเดินวนไปวนมาราวกับแมลงวันไร้หัว ควบคุมสติไม่อยู่ ได้แต่กุมมือฉู่หลิงอวิ้นเป็นการปลอบขวัญ ไม่รอให้นางพูดอะไรก็กุลีกุจอไปเปลี่ยนชุดทางการแล้วเข้าวังไปทันที
ฉู่หลิงอวิ้นตั้งแต่ต้นจนจบก็เอาแต่นั่งสงบนิ่งราวกับไม่ใช่เรื่องตน ตอนนี้นางจ้องมองแผ่นหลังของคนแซ่เจิ้ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร จู่ๆ ถึงได้แสยะยิ้มออกมา
สาวใช้สองคนหันมาสบตากัน อดจะ