มองนางอย่างกังวลไม่ได้
“ท่านหญิง ตอนนี้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ? คนแซ่จางไปฟ้องต่อหน้าพระพักตร์ ตอนนี้ฝ่าบาทก็กำลังพิโรธ…” จื่อซวี่รวบรวมความกล้า อึกอักพูดออกไป
“ทำอย่างไรดี? ถึงตอนนี้ถ้าข้าพูดไปว่าดีแล้วมันจะยังดีอยู่จริงๆ หรือ?” ฉู่หลิงอวิ้นเยาะเสียงใส่ การแสดงออกเช่นนี้กลับทำให้คนรู้สึกประหลาดใจนัก
หากเรื่องราวแพร่งพรายออกไป สุดท้ายจะแต่งกับจางอวิ๋นเจี่ยนหรือไม่ ชื่อเสียงของท่านหญิงอย่างนางก็ต้องย่อยยับป่นปี้อยู่ดี
สาวใช้ทั้งสองร้อนใจดั่งไปลน กระวนกระวายจนแทบจะร้องไห้ออกมา
ฉู่หลิงอวิ้นตวัดตามองทีหนึ่ง สั่งว่า “รีบไปหยิบชุดทางการมาให้ข้า ข้าจะเข้าวัง!”
“เอ่อ…” ทั้งสองคนหัวใจจะวาย มองนางด้วยความตื่นกลัว ผ่านไปครึ่งวันก็ยังไม่ยอมขยับ
อารมณ์ของฉู่หลิงอวิ้นในตอนนี้ ถ้าเข้าวังไปจะไม่อาละวาดจนพังพินาศหมดหรือ? ที่ผ่านมาก็แล้วไปเถอะ อย่างไรก็ยังมีฮองเฮาคอยให้ท้าย แต่ครั้งนี้คนที่นางไปยั่วโทสะคือฮ่องเต้เชียวนะ!
“ไปสิ!” ฉู่หลิงอวิ้นตวาดใส่อย่างโมโห เข้าใจดีว่าสาวใช้ทั้งสองคิดอะไรอยู่
“เจ้าค่ะ!” สองคนถูกเสียงตะคอกของนางทำให้ตกใจ รีบผลุบหายเข้าไปในห้องเพื่อตระเตรียมชุด
ทางด้านคนแซ่เจิ้งนั้นส่งป้ายขอเข้าเฝ้าถึงสองครั้ง หลัวฮองเฮารู้ในทันทีว่าเกิดเรื่องแล้วแน่ๆ จึงเรียกคนให้หาทันที พอฟังความของคนแซ่เจิ้งจนจบ ยังไม่ทันรอให้คนแซ่เจิ้งเอ่ยปากอ้อนวอน นางก็โมโหจนจุกอก เป็นลมไปก่อนเสียแล้ว
“ฮองเฮา ฮองเฮา