ป็นฉู่หลิงอวิ้นที่ไม่อยากแต่งงาน จึงร่วมมือกับจวนอ๋องหนานเหอทั้งหมดแสดงละครฉากนี้ หลอกล่อเขาเหมือนกับเป็นลิงในละครสัตว์ตัวหนึ่ง
“หรือเจ้าสงสัยว่าข้าเป็นคนยุยงอยู่เบื้องหลัง?” ฉู่อี้หมินโมโหจนหน้าแดงก่ำ ตวาดเสียงกร้าว “ซื่อจื่อ หลิงซิ่วนางยังเด็ก จริงอยู่ที่ข้าอบรมนางไม่ดี เจ้าอยากจะกล่าวประณาม ข้าก็จะเป็นคนรับเอาไว้ แต่อย่าได้ใช้วิธีกล่าวหาใส่ความกันเลย”
“กล่าวหาใส่ความ?” ซูหลินแค่นหัวเราะ ไม่คิดไว้หน้าเขา “ฝ่าบาทพระราชทานงานสมรส พวกเจ้าจวนอ๋องหนานเหอกลับกล้าเปลี่ยนคนซึ่งๆ หน้า ไม่ใช่ว่าข้าอยากสงสัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็น่าสงสัยด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว พูดก็พูดเถอะ หากจวนอ๋องหนานเหอไม่ต้องการเกี่ยวดองกัน บอกกับซื่อจื่อข้ามาตรงๆ แต่แรกก็ได้ ทำอย่างกับว่าสกุลซูของข้าอยากจะจับพวกเจ้าจนตัวสั่น”
การเกี่ยวดองกับสกุลซูเป็นความต้องการของฉู่อี้หมิน จนปัญญาที่ฉู่หลิงอวิ้นไม่ยอมให้ความร่วมมือ ครานี้เขาจึงน้ำท่วมปาก ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น แล้วร้องขอให้ฮ่องเต้ลงทัณฑ์ต่อไป
ฮ่องเต้ปล่อยให้คนทั้งสองทะเลาะกันไปไม่ห้ามปราม จิบน้ำชาอีกครั้งก่อนจะตรัสอย่างช้าๆ ว่า
“เช่นนั้นตามความคิดของขุนนางซู เรื่องนี้จะแก้ไขอย่างไร?”
ตอนนั้นหัวใจของซูหลินมันอึดอัดจนแทบระเบิดออกมา เขาเงยหน้าขึ้น ‘ถอนหมั้น’ สองคำเกือบจะหลุดออกจากปาก แต่พลันเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของฮ่องเต้เข้าเสียก่อน
เขาไม่ได้เข้าเฝ้าเป็นครั้งแรก เกี่ยวกับอาร