มณ์ของฮ่องเต้ชราผู้นี้จึงพอรู้อยู่บ้าง แม้ตอนนี้พระองค์จะแสดงออกว่าสงบเย็นเยือก แต่เบื้องหลังความสุขุมย่อมเป็นความพิโรธดั่งอสนีบาต
อย่างไรฉู่หลิงอวิ้นก็เป็นถึงราชนิกุลหญิง!
ลมหายใจของซูหลินกระตุกวูบ รีบแก้ประโยคของตนทันควัน “หม่อมฉันมิบังอาจ ทุกอย่างล้วนตามแต่น้ำพระทัย”
ฮ่องเต้ได้ฟังคำนี้ ถึงได้ยกมุมปากขึ้นคล้ายจะยิ้ม…
หากว่ามิบังอาจจริงตามที่พูด เขาคงไม่กล้ากระโดดขวางทางเกี้ยวของพระองค์โดยไม่สะทกสะท้าน
ผู้สืบทอดของสกุลซู ออกจะกำเริบเสิบสานมากเกินไปแล้วจริงๆ
“ซูหลิน งานแต่งนี้ เป็นเจ้าที่ร้องขอกับข้าต่อหน้าขุนนางเต็มท้องพระโรง” ฮ่องเต้ตรัส น้ำเสียงฟังแล้วเนิบนาบ แต่แฝงความบีบบังคับที่ไม่อาจปฏิเสธ แต่แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน “ดังนั้นตอนนี้ เจ้าคิดจะตระบัดสัตย์? แล้วยังจะให้ข้ามาตามเช็ดล้างใช่ไหม?”ซูหลินอึ้งไป พลันนึกขอบคุณบุรุษชุดดำที่เข้ามาขวางทางเขาไว้เมื่อคืน จนไม่อาจส่งฉู่หลิงซิ่วคืนจวนอ๋องหนานเหออย่างที่ตั้งใจไว้แม้เขาจะไม่เห็นจวนอ๋องหนานเหออยู่ในสายตา ทว่าฮ่องเต้ทางนั้นมิอาจกระทำการลบหลู่หากว่าเขาตัดสินใจส่งฉู่หลิงซิ่วกลับจวนอ๋องหนานเหอแล้วค่อยมากราบทูลตามหลัง นั่นเท่ากับเป็นการตบพระพักตร์ของฮ่องเต้ต่อหน้าธารกำนัล ผู้ที่ขัดราชโองการจะไม่ได้มีเพียงจวนอ๋องหนานเหอ และจะหมายรวมถึงสกุลซูอีกด้วย“กระหม่อมมิบังอาจ!” ซูหลินก้มศีรษะติดพื้น เป็นครั้งแรกหลังเกิดเรื่องที่รู้สึกข