้นก็เอ่ยกับหลี่หลินว่า “รู้ใช่ไหมต้องทำอย่างไร?”
สามคนนี้ เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนของฉู่หลิงอวิ้น ไม่อาจไว้ชีวิต!
“ขอรับ!” หลี่หลินพยักหน้า
คนทั้งสามเพิ่งจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันร้องขอความเมตตาก็ถูกหลี่หลินปิดปากลากตัวออกไปแล้ว
ภายในห้อง ป้ากู้กดเข้าที่บริเวณร่องใต้จมูกจนคนแซ่เจิ้งค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา ดวงหน้าเศร้าสร้อย ทั้งตัวพิงอยู่กับโต๊ะข้างอย่างไร้เรี่ยวแรง
ฉู่ฉีเหยียนไม่อาจสนใจแต่นาง เดินเข้าไปถามฉู่หลิงอวิ้นว่า “นอกจากสามคนนี้ ยังมีใครร่วมแผนของเจ้าอีก?”
ฉู่หลิงอวิ้นไม่ใช่คนโง่ หากคิดจะดำเนินเรื่องตามแผนเดิมที่นางวางเอาไว้ ก็จำเป็นต้องปิดปากผู้ที่รู้เห็นทั้งหมด
นี่ไม่ใช่เวลาที่นางจะมาทำตัวอ่อนไหว นางรีบไตร่ตรองแล้วตอบว่า “จื่อเหวยกับจื่อซื่อไม่เป็นไรหรอก นอกนั้นตอนกลางวันก็มีป้าอีกคนหนึ่ง ที่มาเจอจื่อเหวยตอนปลอมตัวเป็นฉู่หลิงซิ่วเพื่อหนีออกจากห้องพอดี ตัวคนนั้นข้าฆ่าไปแล้ว!”
หากพูดถึงเรื่องความรอบคอบและโหดเหี้ยม ฉู่หลิงอวิ้นนับว่าเป็นที่หนึ่งได้ไม่ยาก
ฉู่ฉีเหยียนได้ฟังก็เริ่มสงบใจในที่สุด หันไปเอ่ยกับคนแซ่เจิ้ง
“ท่านแม่ เรื่องราวไม่อาจชักช้า พวกเราเป็นฝ่ายผิด ท่านพ่อขวางซูหลินไว้ไม่อยู่แน่ ก่อนที่ฝ่าบาทจะสั่งลงโทษ ท่านต้องรีบไปกล่อมเสด็จย่าให้หาทางช่วยพี่ใหญ่!”
ในสมองของคนแซ่เจิ้งสับสนไปหมด ฝืนรวบรวมสติแล้วยืนขึ้น ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตา
“ได้ ข้าจะเข้าวังเดี๋ยวนี้!”