รู่ ข้าจะปิดปาก
ให้สนิท”
มีซูหลินอยู่ทั้งคน ใครก็ไม่จำเป็นต้องรับหน้าที่เป็นผู้ร้ายเพิ่มอีก
ฮูหยินใหญ่เป็นคนฉลาด ทุ่นแรงของฉู่สวินหยางไปไม่น้อยเลย
ฉู่สวินหยางหัวเราะเบาๆ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
นางยอมให้ฮูหยินใหญ่อยู่รอดูเรื่องสนุกด้วยกัน ก็เพราะนางมีจุดประสงค์บางอย่าง…
ฮูหยินใหญ่รักบุตรสาวเท่าชีวิต โอมอุ้มฉู่เยว่หนิงราวกับไข่มุกกลางฝ่ามือ ตอนนี้ฉู่หลิงอวิ้นคิดจะทำร้ายฉู่เยว่หนิง สุดท้ายแม้คนจะเสียขวัญแต่ก็รอดปลอดภัยดี ทว่าในใจของฮูหยินใหญ่ย่อมจะเคียดแค้น เพื่อให้นางได้สลายความเกลียดชังในหัวใจ เลิกคิดจะเคลื่อนไหวเอาคืนลับหลัง ฉู่สวินหยางจึงต้องให้นางได้มาเห็นจุดจบของฉู่หลิงอวิ้น
สองคนพูดคุยกันไปตลอดทาง ส่วนใหญ่มันเป็นเรื่องไร้สาระไม่สลักสำคัญอะไร
รถม้ามาถึงวังบูรพา สองคนแยกจากกันที่หน้าประตู
ฉู่สวินหยางพาชิงหลัวเดินลดเลี้ยวไปมา มุ่งหน้าไปที่เรือนจิ่นฮว่า ส่วนฮูหยินใหญ่กลับยืนนิ่งอยู่ที่ประตูท่ามกลางหิมะ มองตามแผ่นหลังที่หดเล็กลงเรื่อยๆ ของนางอยู่เป็นนาน
หรูโม่กลัวว่านางจะโดนไอเย็นเล่นงาน จึงกุมมือของนางเอาไว้ “ฮูหยิน ท่านมองอะไรหรือเจ้าคะ?”
ความคิดของฮูหยินใหญ่ถูกตัดตอน เก็บสายตาจากที่ไกลๆ หันมามองนางทีหนึ่ง แต่กลับเปลี่ยนเรื่องไปอีกทาง นางว่า “ท่านจ่างซุนนั้น จบสิ้นแล้ว!”