สั่น
ตกตะลึงไปอีกครั้ง!
ฉู่ฉีเหยียนเห็นท่าทางของนาง ในอกก็มีเปลวเพลิงโหมซัด พอจะคาดเดาความจริงของเรื่องราวได้บางส่วน
เขาไม่ได้ตำหนิฉู่หลิงอวิ้น เพียงหันไปเอ่ยกับฉู่อี้หมินด้วยสีหน้าที่กลัดกลุ้ม “เป็นคุณชายรองจวนติ้งเป่ยโหว เรื่องนี้ควรจะจัดการอย่างไร ก็ตามใจท่านพ่อเถิด!”
ฉู่อี้หมินในตอนนี้เดือดดาลจนเลือดลมตีกลับ แต่ให้โมโหอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ ทำได้เพียงถลึงตาใส่ฉู่หลิงอวิ้นอย่างน่ากลัว จากนั้นก็หมุนตัวจากไป
ฉู่ฉีเหยียนดึงผ้าห่มจากเตียงมาคลุมร่างเปลือยของจางอวิ๋นเจี่ยนเอาไว้
“ถ้าเจ้าไม่อยากแต่งให้ซื่อจื่อซู แค่พูดออกมาตรงๆ ก็ได้ มีข้าอยู่ มีท่านพ่ออยู่ มีเสด็จย่าของเจ้าอยู่ อย่างไรก็ต้องมีทางออก” คนแซ่เจิ้งแม้จะแค้นใจแต่หัวใจก็ทดท้อ เอ่ยไปก็ทิ้งตัวนั่งลงที่ขอบเตียง ปาดน้ำตาทิ้งด้วยความรวดร้าว “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไง! ถึงได้ทำเรื่องพรรค์นี้ เจ้า… เจ้า…”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!” ฉู่หลิงอวิ้นกรีดร้องเสียงแหลมออกมา โถมตัวเข้าไปเกาะแขนของคนแซ่เจิ้ง เล็บยาวคมเกือบจะจิกเข้าเนื้อ
ดวงตาของนางมีดวงไฟลุกไหม้ คล้ายมองเห็นดวงหน้าของคนที่นางขยะแขยงผ่านความมืดสลัวภายในห้อง ทางหนึ่งก็บีบแขนคนแซ่เจิ้งอย่างแรง อีกทางก็เค้นคำลอดฟันว่า “เป็นฉู่สวินหยาง! เป็นนังเด็กนั่น เป็นนางที่วางแผนทำร้ายข้า!”
คนแซ่เจิ้งอึ้งไป งุนงงอยู่สักพัก ในใจพลันเกิดความหวังริบหรี่ ใช้สายตาเป็นประกายมองมาที่นาง หลุดปากถามด้ว