ยน้ำเสียงแหลมสูง “เกิดอะไรขึ้นรึ?”
“จะอะไรล่ะ? ถ้าไม่ใช่หาเรื่องใส่ตัวเอง!” ที่ตอบนางกลับมา คือน้ำเสียงเยาะเย้ยแสนจะเย็นชาของฉู่ฉีเหยียน
เขามองฉู่หลิงอวิ้น ไม่มีทั้งความเห็นใจหรือกล่าวโทษ มีเพียงการเย้ยหยันที่แสดงออกชัดเจน
สายตาแปลกประหลาดเช่นนี้ มองจนฉู่หลิงอวิ้นเกิดความรู้สึกไม่เป็นสุข
“เมื่อคืนวานข้าสั่งให้คนไปสืบแล้ว แต่เพราะมีคนมากจึงไม่อาจกระโตกกระตาก ได้แต่เก็บเงียบเอาไว้ก่อน” ฉู่ฉีเหยียนเอ่ย ดวงตาเย็นชายังจ้องฉู่หลิงอวิ้นไม่ละหนี “เจ้าสั่งคนให้วางยาสลบฉู่เยว่หนิงในเรือนพัก คิดจะส่งนางให้แต่งกับซูหลินแทนเจ้า ต่อมาผู้อื่นไม่หลงกล เจ้าเลยกลัวว่าหากไปยุ่งกับคนของวังบูรพาเข้าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ถึงได้คิดแผนใหม่โดยการหลอกใช้ฉู่หลิงซิ่วแทน เจ้าไม่คิดจะแต่งให้ซูหลินตั้งแต่แรกแล้วใช่หรือไม่? เรื่องใหญ่ขนาดนี้เจ้าก็ยังดั้นด้นคิดออกมาได้ ตอนนี้ขว้างงูไม่พ้นคอ เจ้าทำตัวเองทั้งนั้น!”
คนแซ่เจิ้งยังฟังไม่เข้าใจ สายตาสงสัยย้ายไปมาระหว่างบุตรสาวบุตรชายทั้งสอง
แผนการของฉู่หลิงอวิ้นถูกเปิดโปง จะมากน้อยนางก็รู้สึกร้อนรนอยู่บ้าง นางกัดริมฝีปากแล้วหลบสายตาของฉู่ฉีเหยียน เอ่ยเสียงเย็น “ข้าเป็นพี่สาวเจ้า ตอนนี้ข้าถูกคนอื่นเล่นงาน เจ้ายังมาพูดจาเยาะเย้ยข้าอีก? ฉีเหยียน คำที่เจ้าพูดออกมาทำให้ข้าเสียใจจริงๆ!” ระหว่างที่พูด ความโกรธเคืองน้อยใจก็โถมใส่จนจุกอก นางสะอื้นไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า
คน