ู้กันแค่ในจวน แต่ก็มีคนนอกอีกสองคนที่รู้เรื่อง วิเคราะห์จากสถานการณ์ตอนนี้ ฉู่สวินหยางคงปิดปากเงียบแน่ แต่ไม่ใช่กับซูหลิน แม้เขาจะไม่ป่าวประกาศออกไปเพราะกลัวตัวเองเสียหน้า แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ก็ต้องเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดออกมาอยู่ดี
ถึงตอนนั้น…
สิ่งที่ฉู่หลิงอวิ้นจะต้องเจอ ก็คือความพิโรธของฮ่องเต้
จุดนี้ ฉู่หลิงอวิ้นมีหรือจะไม่เข้าใจ?
เดิมนางยังคิดจะต่อปากเถียง ได้ฟังเช่นนี้แล้วก็ถอยหลังซวนเซไปหลายก้าว ดวงหน้าขาวเผือด แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง เตียงไม้ที่อายุเก่าแก่ร้องลั่นเป็นเสียงเอี้ยดอ้าด
บรรยากาศในห้องเงียบเสียจนกลายเป็นความเย็นเยียบแข็งทื่อ
คนแซ่เจิ้งก็ไม่ปริปาก…
นางตัดใจให้บุตรสาวแต่งออกไปกับจอมเสเพลเช่นนั้นไม่ได้จริงๆ
ฉู่ฉีเหยียนเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของสองแม่ลูก ก็นึกรำคาญอยู่ในใจ กำลังจะพูดต่อให้จบ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังลอยมา เป็นหลี่หลินที่มายืนรออยู่หน้าประตู “ซื่อจื่อ ข้าน้อยมีเรื่องรายงานขอรับ!”
ฉู่ฉีเหยียนมองสถานการณ์ในห้อง แล้วเดินออกไปอย่างไม่ลังเล ยืนอยู่ข้างประตูเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คน
หลี่หลินสีหน้าอ่อนล้า บนร่างยังมีบาดแผลอีกสองแห่ง แม้ว่าจะไม่หนักหนา แต่ก็ทำให้คิ้วของฉู่ฉีเหยียนขมวดมุ่นได้
“ฝีมือใคร?” ฉู่ฉีเหยียนถาม
เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่หลี่หลินเจอนั้นไม่จำเป็นต้องเอ่ยถาม คนที่ถ่วงเวลาเขาได้ทั้งคืน ซ้ำยังทำร้ายเขาได้ มีอยู่ไม่กี่คน
——