หอมประหลาดบางเบาก็ลอยมาเตะจมูกทันที แต่วินาทีต่อมาก็ถูกลมหนาวพัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย
กลิ่นคาวเลือดลอยออกมาจากหลังม่านเตียง
โลหิตอุ่นร้อนกระเซ็นถูกร่าง ดวงตาปิดปรือเพราะถูกอารมณ์หวามไหวครอบงำของฉู่หลิงอวิ้นถึงค่อยๆ ปรับชัด แสงภาพที่พร่าเลือนเชื่อมต่อเป็นเส้นที่สมบูรณ์
นางรู้สึกว่าหัวสมองหนักอึ้ง คล้ายตกอยู่ในห้วงฝันที่พิสดารอย่างยาวนาน ขณะนี้มือเท้ายังไร้เรี่ยวแรง ทั่วร่างเหมือนถูกของบางอย่างบดกระแทก จนกระดูกแทบจะหัก
นางพยายามผลักวัตถุหนักอึ้งที่ทับอยู่บนตัวออกไป แต่ทันทีที่มือลูบไปโดนของเหลวร้อนๆ บนอก ถึงได้ยกนิ้วขึ้นมาดู สมองพลันสว่างวาบ ได้สติตื่นเต็มตาในที่สุด
นางเบิกตากว้าง พยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ก็ผลักคนที่ทับอยู่ออกไปไม่ไหว สุดท้ายจึงล้มลงบนเตียงอย่างเก่า
ฉู่ฉีเหยียนที่ผ่านประตูเข้ามาได้เห็นฉากนี้พอดี ภาพเบื้องหน้าเหมือนวูบดับ ยังไม่ทันตั้งตัวก็ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของฉู่หลิงอวิ้นดังขึ้น เสียงแหลมสูงนั้นเหมือนจะดังทะลุไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า
นางออกแรงทั้งหมดผลักคนบนตัวจนร่วงลงพื้น แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดกายอย่างลนลาน
ฉู่ฉีเหยียนสูดหายใจลึก สีหน้าเปลี่ยนสลับระหว่างสีขาวกับสีเขียวได้อย่างน่ามหัศจรรย์
“เหอะ…” จากนั้นซูหลินที่เข้ามาถึงเป็นคนแรกก็เงยหน้าหัวเราะกับฟ้า ดวงตากระจ่างจ้องเขม็งที่สตรีซึ่งกำลังตื่นตระหนกอยู่เบื้องหน้า ทว่าสายตานั้นไม่ได้หล่อเลี้ยงด้วยความอ่อนโยนเ