า “ท่านอ๋อง ซิ่วเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้แน่ ไม่มีทางเป็นเช่นนี้ นางไม่ใช่เด็กไร้ความคิด เรื่องนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่ ท่านต้องเป็นพยานให้นางด้วยนะเจ้าคะ!”
ฉู่หลิงซิ่วยังไม่กลับมา เห็นชัดว่าคนถูกซูหลินกุมตัวเอาไว้
ฉู่อี้หมินเดือดดาล เตี่ยนชุ่ยที่กลมกลืนอยู่กลางฝูงชนเดินเข้ามาลูบอกให้เขา พลางเอ่ยเสียงหวานด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ท่านอ๋องโมโหไปก็ไร้ประโยชน์ ความจริงไม่ว่าจะเป็นท่านหญิงใหญ่หรืองท่านหญิงรอง ตาม
ความเห็นของบ่าว ที่ซื่อจื่อซูไม่ได้แบกคนกลับมาคืน ก็คือการยอมถอยให้แล้ว นี่เป็นเรื่องดีมิใช่หรือเจ้าคะ!”
ฉู่อี้หมินรีบชั่งน้ำหนักในใจอย่างไวว่อง พลันคลายความเครียดไปได้หลายส่วน จู่ๆ ก็ลุกยืนขึ้นแล้วเดินออกนอกโถงไป “ข้าก็จะไปดูสักหน่อย!”
แม่นางหลี่ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น ต่อมาเมื่อได้สติ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นความยินดี…
จริงด้วย ฟ้าดินก็ไหว้ไปแล้ว ฉู่หลิงซิ่วแม้จะไม่ใช้บุตรีสายหลัก แต่ก็เป็นท่านหญิงสูงศักดิ์ในราชนิกุล ตอนนี้เท่ากับว่าข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก วาสนาอันประเสริฐปานนี้ แต่ก่อนแม้แต่วาดฝันก็ยังไม่กล้า
เมื่อเป็นดังนั้น สายตาของแม่นางหลี่ก็เป็นเปล่งประกายยินดี ไม่เศร้าสร้อยเหมือนดังเก่า แม้แต่เอวยังหยัดเชิดขึ้นหลายส่วน
เตี่ยนชุ่ยยืนอยู่ข้างหลัง แสยะยิ้มเย็น
แม่นางหลี่ผู้นี้ใช้เชิดหน้าชูตาไม่ได้เสียเลย เรื่องแค่นี้ก็ยังขบคิดไม่แตก…
ซูหลินหลงฉู่หลิงอวิ้นอย่างโง่