องเสียงสูงว่า “ป้ากู้ มัวอึ้งอะไรอยู่ ยังไม่รีบส่งคนออกตามหาอีก วันนี้คนเข้าคนออกทั้งวัน นางคงไม่สามารถส่งคนออกไปโดยไม่มีคนรู้เห็นได้ อวิ้นเอ๋อร์จะต้องยังอยู่ในจวนนี้แน่ๆ”
คนแซ่เจิ้งก้าวผ่านธรณีประตูออกไปเป็นคนแรก
ฉู่ฉีเหยียนลุกขึ้น และตามนางออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉู่สวินหยางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางถ้วยชาลงแล้วยืนขึ้น “หากเป็นเช่นนี้ พี่หญิงอันเล่อก็น่าสงสารยิ่งนัก”
พูดไปพลางหันไปกล่อมซูหลินว่า “ซื่อจื่อซู ดูท่าพี่หญิงอันเล่อจะถูกคนอื่นบีบบังคับ หาใช่ทำไปเพราะเจตนา ขอเจ้าใจกว้างกับนางหน่อยเถอะ”
ซูหลินมองนางด้วยสายตาทิ่มแทง ไม่รับความปรารถนาดีเลยสักนิด
ฮูหยินใหญ่กุมมือของฉู่สวินหยางพลางเอ่ยว่า “พวกเราตามไปดูหน่อยเถอะ อาจจะพอช่วยค้นหาได้”
ฮูหยินใหญ่เป็นคนไหวพริบดี ทันทีที่เรื่องของฉู่หลิงอวิ้นแดงขึ้น นางก็เข้าใจทุกอย่าง…
อีกฝ่ายวางแผนจะเล่นงานลูกสาวของนาง
ต่อให้วันนี้ฉู่สวินหยางจะยืนดูยิ่งเฉยไม่แทรกแซง นางก็ไม่ถือสาที่จะราดน้ำมันลงกองไฟให้ลุกโชนแผดเผา ยิ่งกว่านั้น…
ตามความเข้าใจที่นางมีต่อฉู่สวินหยาง นางไม่เชื่อหรอกว่าฉู่สวินหยางจะยอมปล่อยคนที่บังอาจมาแตะต้องวังบูรพาให้ลอยนวลไปง่ายๆ
ทันทีที่ขบวนคนเคลื่อนตัวออกไป ซูหลินก็เริ่มนั่งไม่ติด หัวใจโต้แย้งกันสักพัก สุดท้ายก็สะบัดชายเสื้อแล้วสาวเท้าตามออกไป
แม่นางหลี่เวลานี้เพิ่งจะมีโอกาสออกหน้า โถมตัวคุกเข่าดังตุบเบื้องหน้าฉู่อี้หมิน เอ่ยเสียงโศกว่